เนชั่นทีวี

ข่าว

"สารวัตรมานะพงษ์" ขึ้นเบิกความพยานโจทก์ คดี "ทุน มิน ลัต" ค้ายาข้ามชาติ

15 มิ.ย. 2566 | piyawan_uan

"สารวัตรมานะพงษ์" ขึ้นเบิกความพยานโจทก์ คดี "ทุน มิน ลัต" ค้ายาข้ามชาติ

ศาลอาญา นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกคดี "ทุน มิน ลัต" กับพวก สมคบค้ายาข้ามชาติ-ฟอกเงิน อัยการนำตัว "สารวัตรมานะพงษ์" ตำรวจชุดจับกุมเข้าเบิกความปากแรก ส่วนจำเลยถูกเบิกความจากเรือนจำ มาร่วมฟังการพิจารณาคดีเช่นกัน

15 มิถุนายน 2566 ศาลอาญารัชดา นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก คดีที่อัยการสำนักงานคดียาเสพติด 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทุน มิน ลัต นักธุรกิจชาวเมียนมา, นายดีน ยัง จุลธุระ, น.ส.น้ำหอม เนตรตระกูล, นางปิยะดา คำต๊ะ และ บริษัท อัลลัวร์กรุ๊ป (พีแอนด์อี) รวม 5 ราย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

โดยการสืบพยานศาลได้กำหนดนัดทั้งวัน สำหรับบรรยากาศในการสืบพยานช่วงเช้า พนักงานอัยการเดินทางมาพร้อมกับพยาน และจัดเตรียมภาพแผนผังประกอบการสืบพยานเกี่ยวเครือข่ายกลุ่มนายทุนมินลัต และกลุ่มย่อยที่เชื่อมโยง

"สารวัตรมานะพงษ์" ขึ้นเบิกความพยานโจทก์ คดี "ทุน มิน ลัต" ค้ายาข้ามชาติ

ส่วน นายทุน มิน ลัต จำเลยที่ 1 กับพวก ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นพิจารณา ศาลได้เบิกตัวมาจากเรือนจำ ในชุดนักโทษสีน้ำตาล เพื่อร่วมฟังการสืบพยาน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ดูแลใกล้ชิด โดยมีญาติชาวต่างชาติและคนใกล้ชิดกว่า 20 คน มาให้กำลัง

ขณะที่จำเลยทั้งหมดมีทนายความพร้อมต่อสู้คดี ซึ่งศาลได้จัดล่ามแปลภาษาในการสืบพยานให้จำเลย ซึ่งเป็นชาวต่างชาติได้ฟังโดยเข้าใจด้วย ขณะเดียวกันทางฝ่ายจำเลยเองก็จัดเตรียมล่ามส่วนตัวไว้ด้วย ทั้งนี้ในการสืบพยานศาลก็ได้ใช้ระบบบันทึกคำพยานด้วยภาพและเสียง (e-Hearing)

พนักงานอัยการโจทก์แถลงต่อศาล ขอส่งบัญชีพยานบุคคลและพยานเอกสาร ที่เกี่ยวข้องเป็นความผิดองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเพิ่มเติม เนื่องจากตนเองเพิ่งได้รับคำสั่งแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะทำงานชุดใหม่ในสำนวนคดีนี้แทนชุดเก่า ซึ่งทนายความฝ่ายจำเลยคัดค้าน แต่ศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ให้นำพยานที่มีส่วนรู้เห็นมาเบิกความให้สิ้นกระแสความ จึงอนุญาตให้ส่งบัญชีพยานบุคคลและพยานเอกสารเพิ่มเติมได้

พยานปากแรก ที่อัยการนำสืบในวันนี้คือ พ.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สว.สส.สน.พญาไท เบิกความสรุปว่า ตนเองเป็นผู้สืบสวนจับกุมจำเลยคดีนี้ จับกุมผู้ค้ายาเสพติดมาแล้ว 30-40 คดี เชื่อว่า ผู้ผลิตยาเสพติดอยู่นอกราชอาณาจักร บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ หรือ ชายแดนประเทศไทย ลาว และเมียนมา

พ.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สว.สส.สน.พญาไท

คดีนี้เริ่มมาจากการจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจำนวน 6 กลุ่ม และมีแผนประทุษกรรมคล้ายกับคดีการจับกุมคดีค้ายาเสพติดข้ามชาติคดีหนึ่ง ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต พฤติการณ์คือ เอาเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดในประเทศไทย เพื่อซื้อน้ำมันกลับไปขายยังประเทศเมียนมา ส่วนคดีนี้พบว่ามีการเอาเงินไปชำระค่าไฟฟ้า

จากนั้น พ.ต.ท.มานะพงษ์ ได้เบิกความ ประกอบแผนผังขนาดใหญ่ ที่อัยการจัดเตรียมมาให้เกี่ยวกับเส้นทางความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างบริษัทเอกชนต่าง ๆ ที่พวกจำเลยเข้าไปเกี่ยวข้อง และจากการตรวจสอบโทรศัพท์ของพวกจำเลย พบว่า มีข้อมูลการฝากเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด ผ่านตู้ฝากเงินสดอัตโนมัติ หรือ CDM ที่กลุ่มนักค้ายาเสพติดจะเรียกว่า "หย่อนตู้" เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าต้นทางการฝากเงินมาจากใคร

ภายหลังการจับกุมและสืบสวนขยายผลไปยังบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งพบบัญชีการโอนเงินกว่า 500 บัญชี ลักษณะผิดปกติ จึงประสาน ป.ป.ส.เพื่อตรวจสอบว่า บัญชีที่โอนมาเป็นเงินจากยาเสพติดหรือไม่ จากฐานข้อมูลของ ป.ป.ส.ตรวจสอบพบว่าเกี่ยวข้องกับผู้ค้ายาเสพติดขนาดเล็กและขนาดกลาง

"สารวัตรมานะพงษ์" ขึ้นเบิกความพยานโจทก์ คดี "ทุน มิน ลัต" ค้ายาข้ามชาติ

ดังนั้น การทำคดีนี้ตำรวจไม่ได้ทำงานเพียงหน่วยงานเดียว แต่ได้ประสานข้อมูลไปยังกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบการเสียภาษี ประสานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อตรวจสอบการจดทะเบียน สำนักงานประกันสังคม พบว่าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย ประกอบธุรกิจโดยไม่มีลูกจ้าง และประสานกรมศุลกากร ตรวจสอบการนำเงินออกผ่านแดน ที่ปกติการค้าระหว่างประเทศ จะชำระผ่านระบบธนาคาร

แต่มีการอ้างสถานการณ์โควิด-19 แล้วชำระเงินผ่านบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินตราแทน ประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง( ตม.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกองบัญชีการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสืบพยานในช่วงเช้า จึงสืบพยานต่อในช่วงบ่าย

ข่าวล่าสุด