นายโกศลวัฒน์ บอกอีกว่า ที่ผ่านมาอัยการก็มีการเข้าเวรรับเรื่อง 24 ชั่วโมงเเละก็มีเรื่องร้องเรียนที่เข้าเกณฑ์มาบางส่วน ส่วนในเรื่องการประสานงานหรือนัดประชุมกับหน่วยงานอื่นเป็นเรื่องที่เราต้องประสานงาน เพราะเราพร้อมให้ความช่วยเหลือเเละเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานภาครัฐ หากยังสงสัยประเด็นใดในกฎหมาย ทางอัยการเรายินดีช่วยเหลือให้คำปรึกษาและให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวกทุกอย่าง เพราะอัยการเราคิดเสมอว่ากฎหมายถูกบัญญัติขึ้นมาเพื่อให้คุ้มครองประชาชน ซึ่งข้าราชการทุกคนเวลาเลิกงานก็คือประชาชนเช่นเดียวกัน เราจะไม่ให้กฎหมายมาเป็นอุปสรรคในการพัฒนา ถ้าติดขัดตรงไหนเราก็จะมีการประชุมปรึกษาหารือข้อติดขัดนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมย์ของกฎหมายนี้
“ต้องมีการหารือเพื่อช่วยสนับสนุน เพราะเดิมเจ้าที่ตำรวจก็บอกยังขาดอุปกรณ์ ก็คงสถานะเดียวกับอัยการอัยการเราก็ยังไม่มีอุปกรณ์ครบถ้วนอย่างเเท้จริง เพื่อปฏิบัติครบถ้วนตามกฎหมายเเต่เราจะนำสิ่งที่มีอยู่มาทำงานกันไปให้ได้ก่อน เเล้วจะได้ขอสนับสนุนงบจากภาครัฐ เพื่อทำตามกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์ ในชั้นนี้ถ้ามีอะไรอัยการพร้อมร่วมมือ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะหลังจากนี้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญบอกให้ใช้ทุกมาตราเเล้ว การรายงานการจับกุม บันทึกภาพเสียง ทุกฝ่ายต้องเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เเต่ถ้ามีอุปสรรคก็ให้หารือมาเราก็จะให้คำแนะนำ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา” รองโฆษก อสส.กล่าวย้ำ