svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

"อสส." ติวเข้มอัยการพร้อมปฏิบัติตาม "พ.ร.บ.อุ้มหาย" ทุกมาตรา

"โกศลวัฒน์" รองโฆษก อสส.ระบุ อัยการพร้อมปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯทุกมาตรา เผย อสส.สั่งติวเข้มวางเเผนมานานเเล้ว ต่อไปจับกุมคุมขังต้อง ถ่ายภาพบันทึก รายงานตามกฎหมาย หน่วยงานรัฐมีข้อติดขัดปรึกษาได้

19 พฤษภาคม 2566 ความคืบหน้าการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ “พ.ร.บ. อุ้มหาย” ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ 2565 พ.ศ.2566 ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อขยายกำหนดเวลาในการมีผลใช้บังคับเฉพาะมาตรา 22-25 ออกไป ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค1 ทำให้ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 พ.ศ.2566 ไม่มีผลบังคับใช้มาแต่ต้น ซึ่งมีผลให้ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ ทันที 
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ในส่วนของอัยการ ก่อนหน้านี้ น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด ได้มีบัญชาเรื่องการอบรมให้ความรู้ จัดบุคลากรเพื่อเข้าเวร แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีบางส่วนที่ชะลอการบังคับใช้ แต่บุคลากรของอัยการเราพร้อมแล้วและได้รับเรื่องที่บัญญัติตามกฎหมายมาบางส่วน  ส่วนไหนที่กฎหมายให้เราทำได้เลยเราก็ทำไปแล้ว ไม่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรแต่อัยการเราพร้อมทำงานมาก่อนหน้านี้แล้ว ตามนโยบาย อสส.

ในส่วนเรื่องอุปกรณ์และบุคลากรก่อนหน้านี้เราได้ขอสนับสนุนเกี่ยวกับงบประมาณทางอุปกรณ์เเละบุคลากรไปแล้ว ที่ยังได้รับไม่ครบถ้วนเราก็จะต้องจัดสรร เพื่อเเชร์กันไปก่อนเพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมายผ่านไปได้ เพราะอัยการถือว่าหน้าที่ที่จะคุ้มครองดูแลประชาชน ให้มีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันตามกฏหมาย เป็นหน้าที่หลัก ที่ต้องทำให้ดีที่สุด นอกจาก ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย  ซึ่งมีเบอร์ ติดต่อศูนย์รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ของรัฐ อุ้ม ซ้อม ทรมาน กฎหมายใหม่อัยการพร้อมทำงาน 24 ชั่วโมง โทร 024348325-27 ต่อ 601-605 เเล้ว อัยการเรายังมีศูนย์คุ้มครองสิทธิช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สายด่วน 1157ที่จะช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศอีก 117 สาขาสนับสนุนงานประกอบกัน ซึ่งทั้ง 2 ศูนย์ที่ว่านี้จะช่วยประสานงานกันได้

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด
นายโกศลวัฒน์
บอกอีกว่า ที่ผ่านมาอัยการก็มีการเข้าเวรรับเรื่อง 24 ชั่วโมงเเละก็มีเรื่องร้องเรียนที่เข้าเกณฑ์มาบางส่วน ส่วนในเรื่องการประสานงานหรือนัดประชุมกับหน่วยงานอื่นเป็นเรื่องที่เราต้องประสานงาน เพราะเราพร้อมให้ความช่วยเหลือเเละเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานภาครัฐ หากยังสงสัยประเด็นใดในกฎหมาย ทางอัยการเรายินดีช่วยเหลือให้คำปรึกษาและให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวกทุกอย่าง เพราะอัยการเราคิดเสมอว่ากฎหมายถูกบัญญัติขึ้นมาเพื่อให้คุ้มครองประชาชน ซึ่งข้าราชการทุกคนเวลาเลิกงานก็คือประชาชนเช่นเดียวกัน เราจะไม่ให้กฎหมายมาเป็นอุปสรรคในการพัฒนา ถ้าติดขัดตรงไหนเราก็จะมีการประชุมปรึกษาหารือข้อติดขัดนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมย์ของกฎหมายนี้

“ต้องมีการหารือเพื่อช่วยสนับสนุน เพราะเดิมเจ้าที่ตำรวจก็บอกยังขาดอุปกรณ์ ก็คงสถานะเดียวกับอัยการอัยการเราก็ยังไม่มีอุปกรณ์ครบถ้วนอย่างเเท้จริง เพื่อปฏิบัติครบถ้วนตามกฎหมายเเต่เราจะนำสิ่งที่มีอยู่มาทำงานกันไปให้ได้ก่อน เเล้วจะได้ขอสนับสนุนงบจากภาครัฐ เพื่อทำตามกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์ ในชั้นนี้ถ้ามีอะไรอัยการพร้อมร่วมมือ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะหลังจากนี้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญบอกให้ใช้ทุกมาตราเเล้ว การรายงานการจับกุม บันทึกภาพเสียง ทุกฝ่ายต้องเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เเต่ถ้ามีอุปสรรคก็ให้หารือมาเราก็จะให้คำแนะนำ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา” รองโฆษก อสส.กล่าวย้ำ