เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทนายอั๋น" ยื่นกรมสรรพากร สอบภาษี"ทนายตั้ม" และ Sittra Law Firm

11 พ.ค. 2566 | ratchata

"ทนายอั๋น" ยื่นกรมสรรพากร สอบภาษี"ทนายตั้ม" และ Sittra Law Firm

"ทนายอั๋น" ยื่นกรมสรรพากร ตรวจสอบการเสียภาษี"ทนายตั้ม" บุคคลใกล้ชิด และภาษีเงินได้ของบริษัท Sittra Law Firm ยืนยันทําเองไม่มีใครหนุนหลัง

11 พฤษภาคม 2566 จากกรณี "ทนายอั๋น" เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน ที่มารายได้ของ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" ซึ่งหากพบความผิดปกติอาจเข้าข่ายการฟอกเงิน ซึ่งดีเอสไอรับคำร้องไปตรวจสอบต่อในส่วนของการเสียภาษีว่า สอดคล้องกับที่มาของรายได้หรือไม่ 

นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ “คนรุ่นใหม่ ประชาธิปไตยบริสุทธิ์” ยื่นหนังสือขอให้กรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษีของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม พร้อมกับบุคคลใกล้ชิดอีก 10-11 คนและแจ้งให้กรมสรรพากร ไปดําเนินการร้องทุกข์ ต่อดีเอสไอ เพื่อให้ทางดีเอสไอ สามารถเข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินและภาษีเงินได้ของบริษัท Sittra Law Firm ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาหรือไม่ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ยื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ ดีเอสไอ -แฟ้มภาพ-

ทนายอั๋น กล่าวว่า การที่ ทนายตั้ม เคยจัดแถลงชี้แจงว่า เขานั้นเริ่มมีฐานะและมีรายได้เข้ามาในปี 2565 ซึ่งอย่าย้อนไปดูรายได้ปีก่อนๆ เพราะตอนนั้นไม่มีรายได้ ซึ่งตนเองตรวจสอบแล้วพบว่าในเดือนมกราคมปี 2564 ที่ทนายตั้มเดินทางไปเหยียบบ้านกกกอก มีการสวมใส่นาฬิกาหรูเรือนละกว่า 3 ล้านบาท

ต่อมาในปีเดียวกันช่วงเดือนมิถุนายนมี รถปอร์เช่ ในช่วงทําคดีลุงพล รวมถึงการที่ครอบครัวดื่มไวน์จํานวนหลายขวด ที่มีราคาขวดละหลายหมื่นบาท ยังไม่รวมการภรรยาของทนายตั้ม ที่ใช้ชีวิตหรูหราตั้งแต่ปี 2564  ซึ่งขัดกับคําแถลงของทนายตั้มที่กล่าวว่าเริ่มมีทรัพย์สินในปี 2565

นอกจากนี้ ทนายตั้ม ไม่เคยออกมาปฏิเสธว่าทรัพย์สินต่างๆนั้นไม่ใช่ของเขา และแน่นอนว่าในปี 2564 ทนายตั้มไม่มีการเสียภาษีอย่างแน่นอน

จากการตรวจสอบงบดุลบริษัทชัดเจนว่ามีการรายงานข้อเท็จจริงน้อยมาก ซึ่งอยู่ๆมีการเปลี่ยนชื่อบริษัทจากขาดทุนมาโดยตลอดกลับกลายเป็นมีกําไรสูงถึง 22 ล้านบาท 
"ทนายอั๋น" ยื่นกรมสรรพากร สอบภาษี"ทนายตั้ม" และ Sittra Law Firm

ทนายอั๋น กล่าวต่ออีกว่า ตนเดินทางมาขอให้กรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษีของทนายตั้ม โดยก่อนหน้านี้ตนได้ยื่นเรื่องไปทางดีเอสไอแล้ว หากกรมสรรพากรตรวจสอบแล้วพบว่าทนายตั้ม มีเจตนาบิดเบือนหารเสียภาษี  ดังนั้นกรมสรรพากรมีหน้าที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ และกรมสรรพากรจะต้องมีคําตอบที่สังคมยอมรับ

สําหรับบุคคลอื่นๆที่ทนายอั๋นนํามายื่มเพิ่มจํานวน 10-11 คนนั้น เป็นบุคคบใกล้ชัดทนายตั้ม มีทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

ทนายอั๋น กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากจบเลือกตั้งใหญ่วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ตนจะดําเนินการยื่นหนังสือให้ทางสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ตรวจสอบวีซ่าของทนายตั้ม ซึ่งทางทนายตั้มอ้างว่า ที่เดินทางไปฝรั่งเศสเป็นการเดินทางไปทำงานว่าความทางกฎหมาย จึงอยากทราบว่า ทนายตั้มมีวีซ่าสำหรับบุคคลทำงานในต่างประเทศหรือในประเทศฝรั่งเศสหรือไม่ รวมถึงจะตรวจสอบตัวของลูกความทนายตั้มที่พาออกมาร่วมแถลงข่าวก่อนหน้านี้ด้วยว่าคือใครและทําธุรกิจอะไรอยู่ที่ฝรั่งเศสกันแน่

ทั้งนี้ ทนายอั๋น มั่นใจว่าหลังเลือกตั้งใหญ่หากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เชื่อว่าทนายตั้มลําบากแน่นอน และยืนยันว่าตนเองไม่มีใครหนุนหลัง ออกมาทําเพื่อสังคม ยอมรับเคยคุยกับคุณชูวิทย์แค่ครั้งเดียว และไม่ได้เป็นข้อมูลเชิงลึกอะไร พร้อมยืนยันด้วยว่าจะเดินหน้าตรวจสอบทนายตั้มต่อไป
"ทนายอั๋น" ยื่นกรมสรรพากร สอบภาษี"ทนายตั้ม" และ Sittra Law Firm

ข่าวล่าสุด