ต่อมา การสืบสวนพบคนร้ายแก๊งนี้ ใช้วิธีการโปรโมท โดยจ้างยูทูปเบอร์ และเน็ตไอดอล มารีวิวว่าได้รับผลตอบแทนจริง จนทำให้มีผู้หลงเชื่อจำนวนมากสมัครสมาชิกแล้วได้รับผลตอบแทนจริง เกิดการชักชวนผู้อื่นมาสมัครมากขึ้น ภายหลัง เริ่มจ่ายผลตอบแทนล่าช้า ก่อนที่เพจดังกล่าวจะปิดตัวลง พบมีผู้เสียหายมากกว่า 70 ราย รวมความเสียหายประมาณ 50 ล้านบาท โดยมี น.ส.กุลวีณา อยู่ร่วมก่อเหตุกับมิจฉาชีพกลุ่มนี้ด้วย จึงเข้าจับกุมดังกล่าว
เบื้องต้น น.ส.กุลวีณา รับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และร่วมกันฟอกเงิน” พร้อมนำตัวส่งสภ.เมืองพิษณุโลก ดำเนินคดีตามกฎหมาย