จากการสืบสวนสอบสวน "สาวหล่อ" ผู้ต้องหารายนี้จะหลอกลวงให้เหยื่อร่วมลงทุน เล่นหุ้นประเทศสิงค์โปร์ โดยจะใช้จิตวิทยาหว่านล้อมว่า ตัวเองได้เล่นหุ้นให้กับดาราสาว จากจำนวนเงิน 40 ล้านบาท สามารถทำให้เพิ่มมูลค่าได้สูงถึง 100 ล้านบาทด้วยกัน ทำให้ผู้เสียหายต่างหลงเชื่อ หอบเงินมาร่วมลงทุนด้วยเป็นจำนวนมาก
“เขาใช้จิตวิทยาเล่นกับจิตใจของเหล่าผู้เสียหายที่เกิดความชอบ ความหลงใหลตัวดาราสาว ซึ่งจริงๆแล้วพบว่าไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุนหุ้นแต่อย่างใด”
ในระยะแรกที่เกิดเหตุ ตำรวจได้เรียกตัวสาวหล่อคนนี้มาดำเนินคดี แต่หลังจากช่วงเดือน ต.ค. 64 กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย” ต่อมาตำรวจได้ออกหมายจับสาวหล่อรายนี้ โดยพบว่าในระบบยังมีหมายจับติดตัวอีกว่า 4 หมายจับด้วยกัน
จากการแกะรอยเบาะแส พบว่า ผู้ต้องหารายนี้ มีจุดอ่อนเรื่องครอบครัว ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบว่า มารดาใช้ชีวิต แบบหลบๆซ่อนๆในพื้นที่จ.อุดรธานี
ต่อมาทางด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุด PCT5 ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี และได้พบกับมารดาของผู้ต้องหา จนกระทั่งได้ข้อมูลว่า สาวหล่อได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่ เมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เป็นเวลาปีกว่าแล้ว
ขณะที่การทำงานของตำรวจยังเฝ้าดูความเคลื่อนไหวและมีการเจรจาให้มารดาของสาวหล่อทำการเกลี้ยกล่อมให้เจ้าตัวเดินทางกลับมาประเทศไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนในชั้นจับกุม น.ส.พาฬ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่า ตนเป็นแฟนกับดารานักแสดงคนดังกล่าวจริง โดยรู้จักกันมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว และได้หลอกลวงเงินจากผู้เสียหายจริง แต่ไม่ได้จำนวนสูงตามที่ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้
ส่วนที่ผู้เสียหายได้มีการระบุว่า ตนมีการเปิดภาพลับของดาราสาวนั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ส่วนดาราสาวมีเอี่ยวกับการหลอกลวงด้วยหรือไม่ ตนไม่ขอพูด เพราะไม่อยากให้เขาเสียชื่อเสียง
อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนผู้เสียหายบางรายได้มีการตั้งข้อสังเกตุว่า ดาราสาวอาจจะมีเอี่ยวกับทางสาวหล่อด้วยหรือไม่ เนื่องจากพบว่ามีการส่งทนายความเข้ามาช่วยเหลือทางคดี และยังพบว่า มีการซื้อรถหรู “ลัมโบร์กินี” ให้อีกด้วย
หลังจากนี้ พล.ต.ท.ธิติ จะได้ขยายผลพร้อมกับติดตามเส้นทางทรัพย์สินทีไ่ด้จากผู้เสียหาย ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสอบสวน สน.หัวหมากดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป