ด้านคุณนันทภัค ชอบธรรม กรรมการหมู่บ้านอีกคน กล่าวว่า เมื่อ 2 วันก่อน ได้เดินทางมาเก็บค่าส่วนกลางที่บ้านหลังนี้ ก็ยังพบเห็นคุณลุงทั้งสองคน ซึ่งไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุออกมาจ่ายเงินตามปกติและยิ้มทักทายกันโดยที่ไม่ได้พูดคุยอะไร
ทั้งนี้เมื่อวานตอน 2 ทุ่ม หลังจากที่เกิดเหตุได้พูดคุยกับพี่ชายของผู้ก่อเหตุ โดยเล่าสั้น ๆ ว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนผู้ก่อเหตุบอกกับพี่ชายว่า จะฆ่าพี่สาวและหลานชายให้หมดบ้านและจะฆ่าตัวตายตาม เพราะเครียดที่ต้องมีภาระดูแลผู้ป่วยติดเตียงในบ้าน ซึ่งพี่ชายก็ได้พูดห้ามปรามไปว่าอย่าทำเช่นนั้น ในที่สุดขณะที่พี่ชายผู้ก่อเหตุเป็นคนเดินทางออกไปซื้ออาหารการกินนอกบ้าน กลับมาพบเกิดเหตุสลดแล้ว
"เมื่อวานหลังจากตำรวจเคลียร์สถานที่เกิดเหตุเสร็จเรียบร้อย ตัวพี่ชายผู้ก่อเหตุก็ย้ายไปพักอาศัยอยู่กับบ้านญาติ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน "
คุณนันทภัค กล่าวอีกว่า บ้านหลังนี้ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งอะไรกันมาก่อน และมักจะมักจะสลับกันออกไปซื้ออาหารนอกบ้านระหว่างตัวผู้ก่อเหตุกับพี่ชายผู้ก่อเหตุ แต่ก็ไม่ค่อยพูดคุยหรือสุงสิงกับใคร จึงไม่ทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ก่อเหตุในครั้งนี้มาจากอะไร
ด้าน พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม ผกก.สน.บางนา เปิดเผยความคืบหน้าของคดีนี้ว่า เบื้องต้นตัวผู้ก่อเหตุยังมีอาการสาหัส เนื่องจากกรีดแขน ข้อมือและข้อเท้าของตัวเอง ยังคงต้องรักษาตัวและควบคุมตัวไว้ที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งยังไม่สามารถให้การใด ๆ ได้ ต้องรอให้ผู้ก่อเหตุ รักษาตัวให้เรียบร้อยก่อนถึงจะสามารถนำมาสอบปากคำได้
ส่วนศพของผู้เสียชีวิตทั้งสองนั้น เมื่อวานนี้ได้นำไปผ่าชันสูตรพลิกศพที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
เบื้องต้นจากในที่เกิดเหตุพบว่า พี่สาวของผู้ก่อเหตุ สภาพศพนอนอยู่บนเตียงมีผ้าคลุมหน้า คาดว่าน่าจะถูกผ้าและหมอนกดศีรษะจนขาดอากาศหายใจเสียชีวิต ส่วนหลานชายของผู้ก่อเหตุ ป่วยเป็นโรคออทิสติก สภาพถูกแทงที่คอด้านซ้าย อย่างไรก็ตามต้องรอผลการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบปากคำพี่ชายของผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ตนเดินทางมาถึงบ้านตอน 2 ทุ่มก็พบศพและตัวผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บ จึงโทรแจ้งให้รถพยาบาลและตำรวจมายังที่เกิดเหตุ คาดว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุน่าจะมาจากปัญหาภายในครอบครัว และความเครียดส่วนบุคคล แต่รายละเอียดต่าง ๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ขณะนี้ เนื่องจากเป็นคดีที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและผู้ก่อเหตุซึ่งสถานะตอนนี้ยังเป็นผู้ต้องสงสัย ไม่พร้อมที่จะให้การได้ ต้องรอสอบปากคำผู้ก่อเหตุโดยละเอียดก่อน พร้อมการสืบสวนและผลการพิสูจน์พยานหลักฐานกับลายนิ้วมือแฝงจากที่เกิดเหตุ อาทิ มีด หรือจดหมายที่เขียนไว้ผู้ก่อเหตุ
ในเบื้องต้นจากสภาพแวดล้อมไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือมีบุคคลที่ 3 เข้าไปทำร้ายร่างกาย ขอให้เวลาพนักงานสอบสวนทำงานสักระยะก่อน