สำหรับความสัมพันธ์ของผู้สื่อข่าวอาวุโสของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง และนักธุรกิจหนุ่มทั้งสองมีการพบกัน โดยการประสานของ พลตำรวจเอก "ช ช้าง" ซึ่งการพบกันครั้งนั้น สื่ออาวุโส ได้กล่าวตำหนิ นักธุรกิจหนุ่ม เรื่องการทำพนันออนไลน์
ตนเองมองว่า การกระทำดังกล่าวไม่มีความสมเหตุสมผล และคาดว่าจะเป็นการทำเพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่น ตนอยากให้ทุกคนได้เข้าใจว่า ถ้าเป็นสื่อใหญ่ และเรียกนักธุรกิจหนุ่มเข้ามาตำหนินั้น ไม่ใช่หน้าที่ของสื่อ สำหรับพฤติการณ์ของ ผู้สื่อข่าวอาวุโส เป็นแบบนี้มาโดยตลอด
ส่วนประเด็นการนำเรื่องที่ดินของตน ไปเปรียบเทียบกับที่ดินเขากระโดง ก็เป็นคนละประเด็นกัน การที่ตนพูดว่าจะให้หรือบริจาค ก็เป็นคนละประเด็นเช่นกัน ตอนนี้ตนจะนำไปสร้างตึก และด้านหน้าทำเป็นสวน ก็เป็นไปได้ทั้งหมดนั้นเป็นสิทธิของตัวเอง เรื่องที่ดินตนยืนยันที่จะสู้ต่อไป
ขณะที่เงินก้อนนี้เป็นเพียงเศษเงิน แต่สำหรับบางคนอาจจะมองว่า สามารถนำไปบำรุงบำเรอได้ หลังมีข่าวเงินก้อนนี้ว่า จะต้องนำมาส่งมอบคืนเจ้าของเงินเองก็รู้สึกเสียใจ
นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ค่าเสี่ยงภัย 300,000 บาท ของกรณี ทนายคนหนึ่ง ที่ออกมาชี้แจงก่อนหน้านี้ ตนอยากถามย้อนกลับไปว่า วิชาทนายความต้องมีค่าเสี่ยงภัยด้วย หรือไม่ ทั้งนี้ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้นำเงินสด ใส่กระเป๋า ก่อนจะเดินขึ้นไปบนอาคารกองบังคับการปราบปราม พร้อมกับ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลถึงที่มาของเงิน