svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

รองฯนพศิลป์ เผยเตรียมหมายจับเพิ่ม "คนชี้เป้า" แก๊งตม.อุ้มรีดทรัพย์

24 มีนาคม 2566
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

ตำรวจเตรียมหมายจับอีก 1 คนชี้เป้า แก๊งตม.อุ้มรีดทรัพย์จีน และเตรียมแจ้งคดีคนพาหลบหนี "สารวัตร ตม." ซึ่งได้รับการยืนยันมอบตัววันนี้ หลังทนาย-หลักทรัพย์พร้อม เร่งประสานทูตจีน เชิญมาให้ข้อมูล รับข้อหาสวมบัตรคนไทย ทั้งหมดมั่นใจในพยานหลักฐาน

24 มีนาคม 2566 เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยหลังการประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคดีตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองอุ้มรีดทรัพย์ชาวจีนกว่า 10 ล้านบาท ว่า ขณะนี้ได้รับการประสานจากญาติของ พ.ต.ต.จิรภัทร บุญนำ ว่าจะเข้ามอบตัวภายในวันนี้ หลังจากชุดสืบสวนได้ติดตามทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล

พล.ต.ต.นพศิลป์ ระบุว่า พ.ต.ต.จิรภัทร เป็นหนึ่งในหัวหน้าชุดที่กำกับการเข้าตรวจค้นจับกลุ่มผู้เสียหาย ชาวจีน ในวันดังกล่าว เบื้องต้น พบว่า พ.ต.ต.จิรภัทร มีความเครียดและสาเหตุที่ยังไม่เข้ามามอบตัว เนื่องจากกำลังเตรียมความพร้อม ทั้งทนายความและหลักทรัพย์การประกันตัว

แต่แนวทางของพนักงานสอบสวนก็เตรียมจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง แต่หาก พ.ต.ต.จิรภัทร ยังไม่เข้ามอบตัว ก็ไม่ส่งผลต่อการดำเนินคดี เพราะตำรวจมีพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว เหลือแค่นำตัวมาดำเนินคดี ซึ่งชุดสืบสวนก็เร่งติดตามตัวอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะติดต่อมอบตัวก็ตาม

ส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ได้เตรียมขอศาลออกหมายจับเพิ่ม 1 คน เป็นผู้เกี่ยวข้องอยู่ในวันเกิดเหตุ ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้เป้า ซึ่งเป็นคนละคนกับนายโอภาส ที่ตำรวจคุมตัวมาสอบก่อนหน้านี้ และมีการเตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ พ.ต.ต.จิรภัทร ในการหลบหนีด้วย

ขณะเดียวกันได้ให้ชุดสืบสวนของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประสานงานกับสถานทูตจีน เพื่อติดตามตัวผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งการสอบถามพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการประสานงาน ส่วนผู้เสียหายจะมีความผิดเรื่องการสวมบัตรประชาชนหรือไม่ ตำรวจจะแยกดำเนินคดี ไม่เกี่ยวข้องกับคดีที่ชาวจีนเป็นผู้เสียหาย

พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ก่อนหน้านี้ทั้งหมด ยังให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐาน โดยเฉพาะเส้นทางเงิน การโอนจากผู้เสียหาย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นรายละเอียดในสำนวนคดี ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่าถูกรีดทรัพย์ไปเป็นเงิน 10 ล้านบาท ส่วนจะมีการโอนเข้ามาให้ตำรวจชุดจับกุม เท่าไรนั้น ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด 

ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหาเกี่ยวกับทรัพย์เนื่องจากผู้เสียหายโดยตรง ยังไม่มาแจ้งความ แต่สำหรับความผิด ดังกล่าว ตำรวจสามารถแจ้งข้อหาเองได้ เนื่องจาก เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ส่วนจะเป็นการปล้นทรัพย์หรือกรรโชกทรัพย์ ถ้าพยานหลักฐานไปถึงในความผิดใด ก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้อีกต่อไป

ส่วนนายโอภาส (ไม่เปิดเผยนามสกุล) นายหน้าทำบัตรประชาชนให้กับผู้เสียหายชาวจีน ที่ถูกจับได้ใน จ.ชัยภูมิ พล.ต.ต.นพศิลป์ ระบุว่า ขณะนี้ได้ส่งไปดำเนินคดีตามหมายจับเดิม ที่ จ.พิษณุโลก  ซึ่งนายโอภาสให้การกับตำรวจว่า ได้รับติดต่อมาจากผู้เสียหายและรับผู้เสียหายมาส่งที่บ้านพัก ย่านดินแดง ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคดีในส่วนไหนจะต้องมีการสอบสวนต่อไป

logoline