สืบนครบาล จับ 2 มิจฉาชีพหลอกขายของออนไลน์ เสียหาย10.5 ล้านบาท
24 มี.ค. 2566 | ratchata

ลุยต่อเนื่อง!!! สืบนครบาลลาดตระเวนโลกออนไลน์ ตะครุบ 2 มิจฉาชีพหลอกลวงผ่านทางโซเชียลมีเดีย 2 ราย ความเสียหาย10.5 ล้านบาท
ข่าว
24 มี.ค. 2566 | ratchata

ลุยต่อเนื่อง!!! สืบนครบาลลาดตระเวนโลกออนไลน์ ตะครุบ 2 มิจฉาชีพหลอกลวงผ่านทางโซเชียลมีเดีย 2 ราย ความเสียหาย10.5 ล้านบาท
24 มีนาคม 2566 ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และพล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี PCT ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริต พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. กับ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้สืบนครบาล IDMB ลาดตระเวนออนไลน์ปราบปรามมิจฉาชีพโลกโซเชียล
คดีที่ 1 บุกจับ 'หนุ่มหลอกขายสินค้าไอที' ผู้เสียหายกว่า 280 คน มูลค่า 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 มี.ค.66 เวลาประมาณ 13.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ PCT 5 พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการที่ 4 นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 147/2566 เข้าตรวจค้นบ้านแห่งหนึ่ง หมู่ 1 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
จับกุมตัว นายณิชพน แก้วคำ อายุ 35 ปี ที่อยู่ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาพระโขนง ที่ 96/2566 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน” มีหมายจับติดตัวอีก 5 หมาย ประกอบด้วย
คดีนี้สืบเนื่องจาก ชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาล ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายเป็นจำนวนมากผ่านเพจ "สืบนครบาล IDMB" ว่านายณิชพน ได้ประกาศขายสินค้าไอทียี่ห้อ Apple เน้นขายพวกหูฟัง Airpod ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Palacop Nichapon โดยขายราคาถูกกว่าท้องตลาด ทำให้มีผู้สนใจสั่งสินค้ากว่า 280 คน
ต่อมามีการโอนเงินสั่งซื้อตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสนบาท รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท แต่เมื่อถึงเวลารับสินค้าปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่ยอมส่งสินค้าให้ ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความกับตำรวจในหลายพื้นที่ ตรวจสอบเพิ่มเติมผู้ต้องหาเคยถูกจับเมื่อเดือน ก.ค. 64 อีกทั้งยังมีชื่อถูกขึ้นบัญชีในเว็บไซต์ blacklistseller
จากการซักถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ปัจจุบันตนเองไม่ได้ประกอบอาชีพ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ เคยขายสินค้าในเพจกลุ่ม Apple market ซึ่งตนขายถูกกว่าร้านอื่น มีลูกค้ามารับถึงบ้านหรือบางครั้งก็ส่งพัสดุทางขนส่ง ไม่เกิดปัญหาใดๆ ต่อมาตนได้ออกจากกลุ่มและหันมาขายเองผ่านเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อ Palacop Nichapon มีลูกค้าประจำ ใช้วิธีสั่งสินค้ามา ก็ขายไป กินกำไรส่วนต่าง แต่ช่วงหลังๆตนเองมีอาการป่วยในช่วงโควิด-19 ประสบปัญหาด้านการเงิน จึงไม่ได้ส่งสินค้าให้กับลูกค้าจำนวนมาก
ตำรวจ นำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 2 เพจ "บางเวลา โคตรคิดถึง" หลอกขายเสื้อวงคณะขวัญใจ วงดนตรีแนวอินดี้โฟล์กชื่อดังขวัญใจเด็กแนว ความเสียหาย 5 แสนบาท โดย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2566 เวลาประมาณ 15.50 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ PCT 5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.
ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว นายสุวัฒน์ คำพีระ อายุ 19 ปี อยู่ที่บ้านในตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 17/2566 ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2566 ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน
“ฉ้อโกง และโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ทำให้ผู้อื่นเสียหาย อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ”
ทั้งนี้ ชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้ออกลาดตระเวนออนไลน์จนเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกคนร้ายใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี “ จาง หาย ”, ชื่อบัญชี “ Suwat Khamphira ”, ชื่อบัญชี “ บางเวลา โคตรคิดถึง ” เข้าไปโพสต์หลอกขายเสื้อวงดนตรี “ คณะขวัญใจ ” ซึ่งเป็นวงดนตรีแนวอินดี้โฟล์กชื่อดังขวัญใจเด็กแนวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายปี 2564 ถึงปัจจุบัน สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้เสียหายที่หลงเชื่อจำนวนมาก
ตามแนวทางการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ทราบว่าตัวการที่ก่อเหตุ คือ นายสุวัฒน์ หรือเพียว คำพีระ โดยพบประวัติว่า ณ ปัจจุบัน นายสุวัฒน์ คำพีระ มีประวัติเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 17/2566 ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง และโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ทำให้ผู้อื่นเสียหาย อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ” อยู่ในระบบอยู่ 1 หมายจับ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพื่อตัดวงจรการกระทำความผิด โดยสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าศาลาริมคลอง ภายในซอยรังสิต - นครนายก 93 ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าตนเรียนจนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เดินทีประกอบอาชีพเป็นพนักงานคลังสินค้าของบริษัทแห่งหนึ่งย่านคลอง 7 ธัญบุรี แต่เนื่องจากงานที่ทำขณะนั้นหนักและได้ค่าตอบแทนน้อยไม่พอใช้ จึงได้ลาออก แล้วหันมาขายเสื้อวงคณะขวัญใจ ซึ่งเป็นวงดนตรีแนวอินดี้โฟล์กชื่อดังที่ตนชื่นชอบ ประกอบกับกระแสความฮิตของวงดนตรีคณะขวัญใจขณะนั้นกำลังมาแรง ตนจึงเห็นช่องทางทำธุรกิจ ช่วงแรกที่ทำตนมีการส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าจริงตามปกติ
จนเมื่อช่วงปลายปี 64 ตนถูกพ่อค้าอีกรายซึ่งตนมักจะสั่งซื้อเสื้อวงคณะขวัญใจเพื่อมาโพสต์ขายหากำไรโกงไม่ส่งของทำให้สูญเงินที่สะสมมาเกือบหมดตัว จึงไม่มีเงินทุนที่จะสั่งซื้อเสื้อมาขายเพื่อหากำไร จึงคิดและเริ่มหาภาพเสื้อวงคณะขวัญใจที่มีบุคคลอื่นโพสต์ขายในกลุ่มอื่นในลักษณะเดียวกันมาโพสต์ขายในกลุ่ม “ คณะขวัญใจ ซื้อ ขาย โชว์ แลกเปลี่ยนความรู้ ” ในกลุ่ม “ คณะขวัญใจCollectibies ” ในราคาที่ถูกกว่า จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อ เห็นว่าได้กำไรโดยที่ไม่ต้องลงทุน จึงทำเรื่อยมา เมื่อมีการโพสต์ประจาน ก็จะเปลี่ยนชื่อเฟซบุ๊ก แล้วกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกวนไปเป็นเวลากว่า 1 ปี จนมาถูกจับกุม
ที่ผ่านมาก่อเหตุมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 มีผู้เสียหายหลงเชื่อเดือนละกว่า 20 คน ความเสียหายต่อผู้เสียหาย 1 ราย ประมาณ 1,300 บาท ถึง 4,000 บาท มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 500,000 บาท
ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุรู้สึกสำนึกในความผิดที่ได้กระทำ กราบขออภัยผู้เสียหายที่ตนเคยก่อเหตุ และจะพยายามทยอยโอนเงินที่ก่อเหตุชดใช้คืนให้โดยเร็ว และสัญญาว่าเมื่อเสร็จสิ้นจากการถูกดำเนินคดีก็จะกลับตัวเป็นคนดีของสังคม ทำอาชีพสุจริตอื่นแทน โดยขอให้คดีของตนเป็นตัวอย่างให้คนที่คิดจะหลงกระทำความผิดว่าถึงอย่างไรเมื่อกระทำความผิดต่อสังคมแล้ว สุดท้ายไม่นานก็หนีไม่พ้นโทษที่ได้กระทำ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะสามารถสืบสวนติดตามจับกุมได้อย่างแน่นอน จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ ภ.จว.เพชรบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ PCT 5 กล่าวฝากเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกง โดยสืบนครบาลจะจัดชุดลาดตระเวนออนไลน์ตรวจจับมิจฉาชีพทางโลกโซเชี่ยล อย่างต่อเนื่อง และท่านแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ "สืบนครบาล IDMB" ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.