จากนั้นเมื่อสอบปากคำเสร็จในช่วงคืนที่ผ่านมา จึงได้นำตัวไปส่งยังศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบ ภาค 6 เพื่อดำเนินคดีตามหมายจับเดิมก่อน ส่วนคดีปัจจุบัน อยู่ระหว่าง รวบรวมพยานหลักฐาน บัญชีธนาคาร และบันทึกการใช้โทรศัพท์ มาประกอบคำให้การ หากพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่นายโอภาส
ทั้งนี้มีรายงานว่า เมื่อปี 2565 นายโอภาสได้รับการติดต่อจากล่ามสาวชาวไทยว่า มีชาวจีนที่ต้องการสวมบัตรประชาชน จึงได้ว่าจ้างนายโอภาสดำเนินการช่วยเหลือในค่าจ้าง 500,000 บาท โดยนายโอภาสได้ติดต่อกับบุคคลที่ตำรวจยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และนัดหมายนายโอภาสไปทำบัตรประชาชนให้ชาวจีนที่จังหวัดชัยภูมิ
หลังจากนั้น นายโอภาสได้รับการติดต่ออีกครั้งจากล่ามสาว ให้ช่วยเหลือในการทำพาสปอร์ต โดยให้ไปเจอกันกรมการกงสุล ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ในวันเกิดเหตุ ซึ่งบุคคลดังกล่าว รอพบอยู่ที่กรมการกงสุลด้วย โดยตอนนี้ตำรวจ อยู่ในระหว่างขยายผลติดตามตัวบุคคลดังกล่าว และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกบัตรประชาชนให้แก่ผู้เสียหายชาวจีนมาสอบสวนต่อไป