นางทับทิม ระบุ ตนเคยทวงถามคดีไปยังพนักงานสอบสวน สน.ลำผักชี แต่ไม่คืบหน้า ซึ่งได้แจ้งกลับมาว่าเป็นเหตุประมาทร่วม ลูกชายไม่สามารถให้ปากคำได้ ทำให้เป็นคดีที่ยาก ตนจึงอยากให้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)ช่วยติดตามเร่งรัดคดี โดยเฉพาะประเด็นที่ระบุว่าเป็นประมาทร่วม ทำให้ยังคาใจว่าเป็นการประมาทร่วมได้อย่างไร เนื่องจากคู่กรณีเป็นฝ่ายไม่เปิดไฟเลี้ยว ขณะที่ลูกชายขับรถไปตามทางปกติ
ตนมีพยานหลักฐานเป็นคลิปวงจรปิดมายืนยัน อีกทั้งใบชันสูตรบาดแผลก็เป็นสิ่งที่ต้องไปตามหามาเอง พนักงานสอบสวนไม่ได้ช่วยค้นหาเลย
ขณะที่คู่กรณี ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ไม่เคยมาเยียวยาหรือสอบถามอาการบาดเจ็บของลูกชาย ซึ่งที่ผ่านมาต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองมามากกว่า 2 ล้านบาทแล้ว หลังจากนี้ตนเองก็พร้อมที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาล
ต่อมา หลังการเข้าหารือกับทางตำรวจนครบาล ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ออกมากล่าวว่า ฝ่ายผู้เสียหายยื่น 2 ข้อเรีกร้อง คือ 1.ขอปลี่ยนพนักงานสอบสวน เนื่องจากคดีอุบัติเหตุนี้ ไม่ได้ซับซ้อน แถมรู้ตัวตนร้าย ผ่านมาครึ่งปีแล้ว คดีแบบนี้พนักงานสอบสวนสามารถส่งผู้ต้องหาไปยังศาลได้เลย