เนชั่นทีวี

ข่าว

ตร.สอบสวนกลาง จับสองผัวเมีย ลักลอบค้าซากเสือไฟ ส่งขาย"สายมู"

21 ม.ค. 2566 | ratchata

ตร.สอบสวนกลาง จับสองผัวเมีย ลักลอบค้าซากเสือไฟ ส่งขาย"สายมู"

ตำรวจสอบสวนกลาง จับสองผัวเมียสามีภรรยาแอดมินเพจ ลักลอบค้าซากเสือไฟ ของกลางเพียบ ทั้งหนักสัตว์ น้ำมันเสือไฟ และตะกรุด ส่งขายเอาใจ"สายมูเตลู"

21 มกราคม 2566 ตำรวจสอบสวนกลาง จับค้าซากสัตว์ป่า "เสือไฟ" โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รอง ผกก.1 บก.ปทส. จับกุมผู้ลักลอบค้าซากสัตว์ป่า

ทั้งนี้ ได้จับกุม น.ส.พัชราพาณ์(ขอสงวนนามสกุล) อายุ30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 187/2566 ลงวันที่ 16 ม.ค.2566 และ นายสิทธิพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 191/2566  ลงวันที่ 18 ม.ค.2566 เพื่อดำเนินคดีในข้อหา“ค้าและมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ลักลอบค้าซากเสือไฟ

สถานที่จับกุมทั้งสองคน ได้บริเวณบ้านพักย่านจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2566  
เวลาประมาณ 06.30 น. พร้อมด้วยของกลางซากเสือไฟ ประกอบด้วย

  • ชิ้นส่วนบริเวณหน้าผาก จำนวน 2 ชิ้น
  • ชิ้นส่วนหาง จำนวน 1 ชิ้น
  • บริเวณชิ้นส่วนหนัง หลายขนาดจำนวน 19 ชิ้น
  • ชิ้นส่วนหนังบรรจุในตะกรุด จำนวน 6 ดอก
  • น้ำมันเสือไฟ จำนวน 16 ขวด 

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ระบุว่า ตำรวจ บก.ปทส. ดำเนินการสืบสวนปราบปรามการกระทำความความผิดเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าทางออนไลน์ ผบก.ปทส.จึงมอบหมายให้ผกก.1 บก.ปทส. ดำเนินการสืบสวนปราบปรามการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 โดยเฉพาะการค้าสัตว์ป่าทางออนไลน์ 
น้ำมันเสือไฟ ส่งขายสายมูเตลู

ต่อมาชุดสืบสวน กก.1 บก.ปทส. พบว่ามีเพจเฟซบุ๊กค้าซากเสือไฟ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ถูกจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของโลกตั้งแต่ปี 2551 และ เป็นสัตว์ชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส (CITES) ซึ่งเสือไฟประสบปัญหาถูกล่าเพื่อเอาหนังและกระดูกมาขาย

เนื้อหาในเพจเฟซบ๊กมีการประกาศขายซากส่วนหน้าผากเสือไฟ, หนังเสือไฟ, หางเสือไฟ เครื่องรางและน้ำมันเสือไฟ ให้กับผู้ที่นิยมและผู้ที่นำไปใช้เป็นเครื่องรางตามความเชื่อเกี่ยวกับมหาอำนาจ บารมี เมตตามหาเสน่ห์
ตร.สอบสวนกลาง จับสองผัวเมีย ลักลอบค้าซากเสือไฟ ส่งขาย"สายมู"
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ส่งสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจสอบ พบว่าซากสัตว์ดังกล่าวที่ประกาศขายเป็นหนังเสือไฟสัตว์ป่าคุ้มครอง จึงได้ขออนุมัติหมายจับแอดมินเพจทั้ง 2 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน และได้ขอหมายค้นของศาลอาญามีนบุรี เข้าทำการตรวจค้นบ้านพักของแอดมินเพจ 

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2565 ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปทส. นำหมายค้น และหมายจับ เข้าทำการตรวจสอบและ 
จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 บริเวณบ้านพัก พร้อมตรวจยึดของกลาง นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปทส. ดำเนินคดี ส่วนของกลางที่ตรวจพบเพิ่มเติมนำส่ง สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์ 
พืช เพื่อตรวจสอบต่อไป 
รวบสองผัวเมีย แอดมินเพจ ลักลอบขายซากเสือไฟเอาใจสายมูฯ
จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพว่า ได้ขายหนังเสือไฟ และน้ำมันเสือไฟให้กับผู้นิยมและผู้ที่จะนำไปนำไปใช้เป็นเครื่องรางตามความเชื่อที่ว่า สามารถช่วยเรื่องค้าขายเจริญรุ่งเรือง ป้องกันภูตผีปีศาจ และมหาเสน่ห์โดยผู้ต้องหารับซื้อซากเสือไฟเป็นตัวๆ จากผู้ขายให้อีกทอดหนึ่งในลักษณะพ่อค้าคนกลาง และนำมาตัดแบ่งขายชิ้นส่วนต่างๆ เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อจะตัดแบ่งขาย 

สำหรับราคาซื้อขาย มีดังนี้ หน้าผากเสือไฟ ราคา 2,600 – 2,800 บาท, หนังเสือไฟ ตามขนาด ราคา 200 – 1,000 บาท, หางเสือไฟ ตามขนาด ราคา 400บาท ตะกรุดปลุกเสก ราคา 300 บาท และน้ำมันเสือไฟ ราคาขวดละ 199  
บาท
ตร.สอบสวนกลาง จับสองผัวเมีย ลักลอบค้าซากเสือไฟ ส่งขาย"สายมู"
ตร.สอบสวนกลาง จับสองผัวเมีย ลักลอบค้าซากเสือไฟ ส่งขาย"สายมู"
ตร.สอบสวนกลาง จับสองผัวเมีย ลักลอบค้าซากเสือไฟ ส่งขาย"สายมู" ตร.สอบสวนกลาง จับสองผัวเมีย ลักลอบค้าซากเสือไฟ ส่งขาย"สายมู" ตร.สอบสวนกลาง จับสองผัวเมีย ลักลอบค้าซากเสือไฟ ส่งขาย"สายมู"

ข่าวล่าสุด