สำหรับมูลเหตุที่เกิดขึ้นมาจาก เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ นายพีรสิน มือปืนได้ขับรถกระบะคันดังกล่าวออกจากบ้านพักย่านพระราม 2 เพื่อไปรับสินค้าประเภทพริก ที่ถนนเพชรเกษม ย่านหลักสอง ขณะที่นายพีรสิน ก็กำลังขับรถจะนำสินค้ากลับบ้านพัก เพื่อรอเวลาไปส่งต่อให้กับลูกค้า ระหว่างที่ขับรถมาทางตรงเลนขวาสุด ช่วงระหว่างซอยเพชรเกษม 90 - 92 ได้มีรถของคู่กรณี ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ 5 ประตู ทะเบียนป้ายแดง ขับเข้ามาประกบจากทางด้านซ้าย และได้เปิดกระจกขว้างขวดใส่ตัวถังรถของ นายพีรสิน โดยไม่ทราบสาเหตุ นายพีรสิน จึงได้จอดรถ และเอื้อมมือไปหมุนกระจกฝั่งคนนั่งข้างลง เพื่อจะสอบถามว่า คู่กรณีแบบนี้ทำไม
จังหวะที่ นายพีรสิน เอี้ยวตัวไปรถกระจกลงนั้น ได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิป เอาไว้เพื่อเป็นหลักฐานด้วย แต่พอคู่กรณีเห็น จึงใช้ขวดเครื่องดื่มชูกำลังขว้างใส่เข้ามาในรถอีก 1 ครั้ง ทำให้ขวดกระแทกมือถือของ นายพีรสิน จนหล่นได้รับความเสียหาย ซ้ำร้ายในระหว่างที่ นายพีรสิน กำลังเอื้อมมือปิดกระจกฝั่งคนนั่งข้าง ๆ เพื่อเตรียมจะขับหลบหนีเพราะเห็นท่าไม่ดี
คู่กรณีได้ลงจากรถมาพร้อมเพื่อนผู้ชายที่นั่งอยู่เบาะหลังอีก 1 คน เข้ามารุมกระชากมือ นายพีรสิน ที่พยายามหมุนกระจกรถขึ้น ทำให้ลำตัวนายพีรสิน ที่ต้องเอี้ยวจากฝั่งคนขับ ถูกคนร้ายดึงโผล่ออกไปทางหน้าต่างประตูฝั่งคนนั่งข้าง ๆ ตามด้วยการถูกรุมทำร้าย ด้วยการใส่สนับมือชกต่อยที่ใบหน้าหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บ พลเมืองดีและหน่วยกู้ภัยต้องรีบนำตัวส่ง รพ.เกษมราษฎร์บางแค ให้แพทย์รักษาอาการดั้งจมูกหัก ฟันหัก 3 ซี่ เบ้าตาบวมปิดทั้ง 2 ข้าง และมีเลือดออกนัยน์ตาทั้ง 2 ข้าง อาการสาหัส
หลังเกิดเหตุญาติ ๆ นายพีรสิน ได้โพสต์ข้อความและคลิปผ่านทางโซเชียลเพื่อหาเบาะแส กระทั่งตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ คือ นายคมสัน หรือ ม่อน อินทร์ฤทธิ์ ผู้ตาย และวันนี้ (16 ธ.ค.) พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่าย มาตกลงกันที่โรงพัก โดยผู้ตายมาพร้อมกับ นายอนุสร วิชาธร อายุ 33 ปี ทนายความ เพื่อเจรจาชดใช้ค่าสินไหม ทั้งกรณีทำร้ายร่างกาย และกรณีรถเฉี่ยวชนกัน
ระหว่างที่ นายพีรสิน เรียกร้องค่าเสียหายทั้งสิ้นจำนวน 9 ล้านบาท ต่อหน้าพนักงานสอบสวน ปรากฏว่า ฝ่ายผู้ตายปฏิเสธ และยืนกรานไม่สามารถชดใช้ให้ได้ พนักงานสอบสวนจึงสรุปจะส่งสำนวนคดีฟ้องต่อศาล ทันใดนั้น นายพีรสิน ซึ่งทีแรกออกไปยืนสงบสติอารมณ์ ที่ด้านนอกห้องสอบสวน ก็เดินเข้ามาหาคู่กรณีและทนายความ ก่อนตะโกนถามว่า "แล้วมึงทำกูทำไม"
จากนั้นยกมือไหว้ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พูดว่า "ผมขอโทษครับ" ก่อนจะชักอาวุธปืนขนาด 9 มม. ออกจากกระเป๋าสะพาย ซัลโวใส่คู่กรณี 8 นัด แล้วหลบหนีไป ซึ่งเกิดเหตุ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ได้เดินทางมาที่ สน.หลักสอง เพื่อควบคุมการสืบสวนด้วยตนเอง
เบื้องต้นอยู่ระหว่างนำกำลังเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่กดดันผู้ต้องหา เพื่อให้เข้ามามอบตัว มีรายงานด้วยว่า ขณะเกิดเหตุการณ์ นายคมสัน ผู้ตายได้พาภรรยา และลูกสาววัย 1 ขวบ มาที่โรงพัก และนั่งอยู่ในห้องพนักงานสอบสวนด้วย