นายจำปี กล่าวว่า ตนทำงานกับนายตู้ห่าว ตั้งแต่ปี 60 ก่อนหน้านั้น ทำงานปกติ ได้รับเงินเดือน และค่าตอบแทนพิเศษ รวม ๆ แล้วประมาณ 3 หมื่นบาทต่อเดือน จนกระทั่ง ช่วงเดือน ก.พ. 65 ทางบริษัทฯ ได้ออกประกาศปิดบริษัทชั่วคราว และจะชดเฉยค่าแรงงานให้กับลูกจ้าง ให้เดือนละ 4,500 บาท (ครึ่งหนึ่งของเงินเดือน) จนกว่าจะกลับมาเปิดบริษัท
แต่หลังจากประกาศออกมา ลูกจ้าง ได้เงินเพียงแค่ 1 เดือน จากนั้นบริษัท ก็ไม่จ่ายอีกเลย และทางลูกจ้าง ประมาณ 30 คน ได้รวมตัวกันไปแจ้งความและร้องทุกข์ที่แรงงานจังหวัด และได้ไปร้องยังศาลแรงงานจังหวัด จนศาลแรงงานได้พิพากษาให้บริษัทฯ ชดเชยค่าตอบแทนให้กับพนักงานที่มาร้องทั้งหมด แม้ว่าศาลจะพิพากษาออกมาแล้ว แต่ก็ไม่มีการชดเฉยใด ๆ ให้กับแรงงาน
นายจำปี ยังบอกอีกว่า นอกจากเงินเดือนที่ไม่ได้แล้ว ยังมีเงินประกันที่ถูกบริษัทฯ หักจากเงินเดือน เดือนละ 1 พันบาท จนครบ 2 หมื่น ที่บริษัทฯ อ้างว่า เป็นเงินประกันการทำงาน ซึ่งพนังานได้ทวงถามเงินดังกล่าว ก็บอกว่า ไม่สามารถให้ได้ ถ้าอยากได้ให้ไปฟ้องร้อง ซึ่งทางลูกจ้างหลายคนเป็นคนไทย ที่มาจากต่างจังหวัด และไม่ได้มีความรู้ด้านกฎหมาย ในเมื่อศาลแรงงานตัดสินแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เงินตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้ว
นอกจากนี้ ยังบอกอีกว่า มีแรงงานอีกหลายร้อยคน ที่ไม่กล้าไปฟ้องร้องเรียน เพราะไม่มีความรู้ อีกทั้งยังถูกภรรยาที่เป็นตำรวจของนายตู้ห่าว ข่มขู่ว่า “หากใครไปฟ้องร้องเรียน จะจัดหนักให้” ก็ทำให้ลูกจ้างหลายคนกลัว และไม่กล้าที่จะไปร้องเรียนที่ไหน