น.ส.เอ กล่าวอีกว่า ตนได้แต่อดทนเก็บความช้ำใจเรื่อยมา จนกระทั้งเมื่อ 6 เดือนก่อน ทนพฤติกรรมของสามีไม่ไหว จึงได้ตัดสินใจขอแยกทาง ขอหย่าขาดกับสามี แต่สามีไม่ยอมเซ็นต์ใบหย่าให้ เธอจึงออกไปเช่าห้องอยู่ตามลำพัง แรก ๆ สามีก็ไม่มีท่าทีจะมาตามง้อขอคืนดีแต่อย่างใด เนื่องจากตัวสามีก็มีผู้หญิงอื่นมาติดพันอยู่ตลอด
จนกระทั่งเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา มีเพื่อนชายที่เข้ามาพูดคุยด้วย เมื่ออดีตสามีรู้จึงได้มาดักตามง้อขอคืนดี แต่ถูกปฏิเสธ เนื่องจากที่ผ่านมาตนเป็นฝ่ายถูกทำร้ายมามากพอแล้ว เมื่ออดีตสามีเห็นว่าตนไม่ยอมกลับไปคืนดีด้วยแน่ๆ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อดีตสามีจึงไปตามพ่อของตนมาบังคับพาตนกลับไปอยู่ด้วย โดยเมื่อพ่อมาถึงก็ไม่ฟังคำอธิบายใดๆ บอกแต่เพียงว่าต้องกลับไปคบกับอดีตสามีเท่านั้น เธอจึงได้ปฏิเสธ
" จากนั้นพ่อได้เข้ามาตบที่ใบหน้าตนหลายครั้ง ลากกลับมาที่บ้าน เมื่อมาถึงได้ล่ามโซ่ เพื่อรอให้อดีตสามีมารับกลับไปอยู่ด้วยอีกครั้ง จึงตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือไปยังเพื่อนและเพจสายไหมต้องรอด" น.ส.เอ ระบุ
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เจ้าของเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงานได้ลงพื้นที่ไปให้การช่วยเหลือทันที และแจ้งให้พ่อของ น.ส.เอ ทราบว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมาย ถึงจะเป็นพ่อ-ลูก กันก็ไม่สามารถกระทำได้
ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อที่อยากให้ลูกสาวมีครอบครัวที่เป็นผัวเดียวเมียเดียว แต่อยากให้พ่อเคารพการตัดสินใจของลูกสาวด้วย อยากให้พูดคุยกันในครอบครัวว่าที่ผ่านมาลูกสาวเจอกับเหตุการณ์อะไรมาบ้าง ทำไมถึงต้องตัดสินใจหย่ากับอดีตสามี หากพฤติกรรมของอดีตสามีของ น.ส.เอ เป็นไปตามที่ น.ส.เอ พูดก็ถือว่าที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและทุกข์ใจสำหรับผู้หญิงคนนึงมากพอแล้ว
อีกทั้งปัจจุบัน น.ส.เอ ก็มีอายุ 28 ปีแล้ว ควรจะปล่อยให้เขาได้ตัดสินใจมีชีวิตที่เป็นของตัวเอง การล่ามโซ่และการทำร้ายร่างกายก็เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ไม่สามารถกระทำได้ ต่อให้เป็นพ่อลูกกันก็ตาม