น้องดรีม เล่าต่ออีกว่า ตอนที่เกิดเหตุ หนึ่งในลูกค้าของร้านสเต็กริมทาง เป็นเซลล์ขายรถมือหนึ่ง ยี่ห้อดัง ได้ให้คำแนะนำว่า รถแบบนี้สภาพไม่พร้อมใช้งาน ต้องยกเลิกสัญญาทันที แต่ตัวเองไม่มีความรู้เรื่องกฎหมายข้อนี้ จึงขอร้องให้เซลล์คนดังกล่าวไปเป็นเพื่อน เซลล์คนนี้สงสารจึงยอมไปเป็นเพื่อน เพื่อช่วยเจรจา แต่ทางเต็นท์รถปฏิเสธที่จะคุยกับเซลล์ ยืนยันว่า จะคุยกับลูกค้าของเต็นท์เท่านั้น ตนเองจึงขอยกเลิกสัญญา คืนรถได้หรือไม่ เพราะไม่กล้าขับแล้ว
“ทางเต็นท์ปฏิเสธ อ้างว่า ”สัญญาเกิดขึ้น แล้วยกเลิกไม่ได้” แต่เนื่องจากตัวเองและสามี มีความเสี่ยงสูง แม้ร้านจะเปลี่ยนรถให้ไม่ได้ แต่สามารถเปลี่ยนประกันจากชั้นสองเป็นชั้นหนึ่งได้ทันที จึงจำใจต้องขับรถคันดังกล่าวกลับบ้าน ที่ จ.ชลบุรี ระหว่างทางฝนตก ปรากฎว่ารถหลังคารั่ว ตัวเองและสามีเปียกทั้งคู่ "
ต่อมาประมาณ 1 เดือน ทางร้านสเต็กโทรศัพท์ไปต่อว่าตนเองกับสามีว่าไม่มาชดใช้ค่าเสียหาย หากไม่มาชดใช้ เจ้าของร้านสเต็กจะไปแจ้งความดำเนินคดี ในฐานะคนขับรถและเจ้าของรถ จึงติดต่อทางเต็นท์เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว แต่ได้รับคำตอบจากเต็นท์ว่า “รถมีประกันชั้น 1 แล้ว ก็ให้ประกันจัดการไป ทำไมต้องให้เต็นท์จ่าย”
หลังจากนั้นตนรู้สึกกังวลว่าสามีจะตกเป็นผู้ต้องหา จึงไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ปากเกร็ด และตัดสินใจเข้ามาปรึกษาที่ สำนักงานทนายคลายทุกข์ ของทนายเดชา ว่าจะสามารถยกเลิกสัญญาได้หรือไม่
“ทนายเดชา ได้แนะนำให้นำรถคันดังกล่าว ไปตรวจสภาพรถที่ศูนย์บริการ และประเมินราคาใหม่ ปรากฎว่า ทางศูนย์บริการแจ้งว่า “รถพังยกคัน” สาเหตุรถถูกชนอย่างหนัก ประกอบกับตัวรถทั้งคันเป็นสนิม เชื่อว่าอาจจะจมน้ำมาก่อน ส่วนสาเหตุที่ล้อหลุด เนื่องจาก ล้อทั้ง 4 ล้อ ไม่ได้ยึดน็อตไว้”