พ.ต.ท.สุรเดช ระบุ หลังรับแจ้งได้โทรศัพท์ติดต่อไปหา น.ส.ชลธิชา สอบถามเรื่องดังกล่าว น.ส.ชลธิชา แจ้งว่า เมื่อช่วงเที่ยงของ วันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้มีเฟซบุ๊กชื่อ “บอย ป่าวเนี่ย” ทักเข้ามาสั่งซื้อครีมทาหน้าในราคา 1,000 บาท จากนั้น ได้ขอเลขบัญชีธนาคารของ น.ส.ชลธิชา และแจ้งว่าขอไปเอาเงินเข้าบัญชีก่อน ต่อมา ในเวลาประมาณ 14.16 น. เฟซบุ๊กดังกล่าวได้ทักแชทเข้ามาแจ้งว่าโอนเงินค่าสินค้าเกินไปให้โอนกลับมาให้ที่บัญชีธนาคารของนายสุเมธ ซึ่ง น.ส.ชลธิชา หลงเชื่อ จึงได้โอนเงินคืนไปหลังจากหักค่าสินค้าแล้ว เป็นเงิน 28,920 บาท
เมื่อทราบเส้นทางการเงิน จึงได้สืบสวนต่อจนพบว่า นายสุเมธ มีอาชีพขับไรเดอร์รับ-ส่งสินค้า ในวันดังกล่าวได้มีลูกค้าให้ไปรับโทรศัพท์ โดยโอนเงินเข้าบัญชีตนเองจำนวน 28,920 บาท แต่ไปรอเป็นเวลานานก็ไม่มีใครเอาสินค้ามาให้ จึงบอกยกเลิกงานกับลูกค้าและจะขอโอนเงินคืน ทางลูกค้าออกอุบายว่า ตอนนี้โทรศัพท์ที่ใช้สำหรับรับโอนเงินอยู่กับแฟน ไม่สามารถรับโอนได้ จึงให้ไรเดอร์กดเงินสดและนำเงินสดไปส่งที่ปั้มน้ำมันเอสโซ่ แถวคูคต เมื่อถึงเวลานัดหมายคนร้ายนั่งรถแท็กซี่มารับเงินและจ่ายค่าจ้างตนเอง จากนั้นก็แยกย้ายจากกัน
พ.ต.ท.สุรเดช กล่าวว่า คนร้ายได้ก่อเหตุลักษณะนี้หลายครั้ง โดยเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2565 ได้ก่อเหตุหลอกซื้อ-ขายโทรศัพท์ ที่ห้างเกตุเวย์ สาขาบางซื่อ ท้องที่ สน.เตาปูน ซึ่งเส้นทางการเงินพบพฤติการณ์การก่อเหตุมีลักษณะเดียวกัน และคนร้ายได้ให้ไรเดอร์กดเงินสดที่หลอกมาได้ ไปส่งที่ตลาดสี่มุมเมือง จึงได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่มีการส่งมอบเงินกัน จึงทราบว่า คนร้ายรายนี้ คือ นายกรภัทร