ผบ.ตร. กล่าวว่า ตำรวจต้องเคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ ต้องทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตั้งแต่วันแรก จนวันที่พ้นจากหน้าที่ราชการ อย่าเอาตัวไปเกลือก ไปเสี่ยง ดำรงตนด้วยความยุติธรรม กระทำการด้วยปัญญา รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ให้มีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ มีความพร้อมยุทธวิธี ต้องมีความมั่นคงในความคิด ไม่ยอมให้ตนเองถูกชักจูงออกนอกเส้นทาง โดยพึงจำว่า ประสบการณ์ชีวิตเป็นบทเรียนที่มีค่ามากที่สุด
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า การทำงานตำรวจ ให้คิดว่าเรากำลังช่วยกันก่อพีระมิด ทุกคนต้องรู้ว่าจะวางหินไว้ตรงไหน ให้ได้รูปทรง ทั้งหมดต้องสอดประสานกัน องค์กรตำรวจ ไม่ใช่ของใคร เราก็แค่คนเอาอิฐมากอง หมดหน้าที่ คนใหม่ก็มาทำ ถ้าเราไม่สามัคคีกันก็ไม่เป็นพีระมิด มันจะเป็นหลุม หรือกองอะไรสักอย่าง
“ถ้าเราไม่เคารพเอื้อเฟื้อหน้าที่ ไม่มีใครพึ่งเราได้ ตำรวจทำตามกฎหมายเท่านั้นไม่พอ ตำรวจต้องเอาสามัญสำนึก มาก่อนกฎหมาย แต่เราผิดกฎหมายไม่ได้ หน้าที่เรามันใหญ่หลวง เขียนในตำราไม่หมด เรานึกถึงการเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ เราจะรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมได้
คำว่าพิทักษ์สันติราษฎร์ เขียนในตำราไม่หมด ในตำราไม่พอ จำไว้ว่าต้องเป็นที่พึ่งให้ทุกคน ยากดี มีจนไม่ใช่ประเด็น อนาคตจะเป็น ผบ.ตร.หรือไม่ ไม่สำคัญ แต่จะมีเรื่องเล่าว่า เกษียณมาทำอะไรบ้าง นั่นคือความสุขในชีวิตผม ตำแหน่งแห่งที่ ก็ดีใจ แต่ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของชีวิต การได้ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นบุญอันใหญ่หลวง เป็นคุณูปการที่ใหญ่ที่สุด
เราทำตรงนี้ให้ดี ตราแผ่นดินจะปกป้อง คุ้มครองเรา งานของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ค้ำยัน สร้างความมั่นคงให้สังคมไทย ต้องเคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ ดำรงตนในความยุติธรรม ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้คนจนที่สุด มีที่พึ่ง” พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ หลังการบรรยาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศฝร.ภ.1 ได้มอบดอกกุหลาบเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ และขอบคุณ พล.ต.อ.สุวัฒน์ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2565