นายจิระพงศ์ เล่าต่ออีกว่า จากนั้นไม่นาน มีคนตะโกนขึ้นว่า ตำรวจมาทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุแยกย้ายกันวิ่งหลบหนีไป และเพื่อนที่มาด้วยกันได้พยุงร่างเข้าไปขอความช่วยเหลือ ที่บริเวณร้านค้าแถวจุดเกิดเหตุ และติดต่อครอบครัวให้ทราบ ก่อนจะถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลซึ่งยอมรับว่า ตอนนั้นรู้สึกเจ็บ และเสียเลือดมาก เพราะตลอดทางที่เดินมีเลือดไหลนองพื้นตลอด และส่วนตัวก็เริ่มรู้สึกหน้ามืด
ขอยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหา หรือทะเลาะผิดใจ กับใครมาก่อน ตลอดจนช่วงที่เรียนอยู่สถาบันดังกล่าว 2 ปี ก็ไม่เคยมีปัญหาตีกับใคร ก่อนจะมีการพักการเรียนเพราะมาทำงาน จึงไม่ทราบว่าทางคู่กรณีมาทำร้ายพวกตนทำไม ส่วนรุ่นน้องก็เป็นเพียงเด็กมัธยมที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย และยังสวมชุดนักเรียนมัธยมอยู่
ยอมรับว่ารู้สึกโกรธที่ กลุ่มผู้ก่อเหตุมาทำร้าย จึงอยากถามว่าเหตุใดต้องมาใช้ความรุนแรงขนาดนี้ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพราะหากรู้จักกัน เหตุใดถึงต้องถามว่าเรียนอยู่สถาบันใด ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุ มั่นใจว่า เป็นนักเรียนอาชีวะ เพราะดูจากการแต่งกายแต่ไม่ทราบว่าสถาบันใด หนำซ้ำผู้ก่อเหตุทั้ง 6 คน สวมใส่หมวกกันน็อคเต็มใบ มีชีลบังลม สีดำ ทำให้ไม่เห็นใบหน้าด้วย
ขณะที่ นายเอกชัย สืบสาย พ่อของผู้บาดเจ็บ ระบุว่า หลังเกิดเหตุเดินทางไปพบลูกชาย เห็นว่าอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส ซึ่งพฤติกรรมการก่อเหตุถือว่ารุนแรงโหดร้าย จงใจเอาชีวิตทั้งที่ลูกชาย ก็ไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ และไม่ได้เป็นเด็กที่ยังเรียนอยู่ในสถาบันอาชีวะ รวมถึง ลูกชายก็ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทแบบนี้มาก่อนขณะที่เรียนอยู่
“แม้ว่าลูกชายอาจจะดูเกเรบ้าง แต่ก็ไม่เคยทำใครก่อน จึงอยากขอให้ สื่อมวลชน และเพจสายไหมต้องรอด ช่วยเร่งรัด ติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด และอยากให้ทางกลุ่มผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุดูแลบุตรหลานตนเองให้ดี ไม่ให้มาก่อเหตุกับบุคคลอื่นอีก และหากรู้ว่าบุตรหลานตนเองเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ อยากให้รีบนำมอบตัวเพื่อรับโทษกับสิ่งที่ทำเร็วที่สุด”พ่อผู้เสียหาย ระบุย้ำ