คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวน ว่า โจทก์ เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1และเรียกจำเลย1-6 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 2-7
โดยศาลพิพากษาว่า จำเลยทั้ง7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 วรรคหนึ่ง และจำเลยที่ 1- 3และที่ 6 มีความผิดตามพรบ.การชุมนุมสาธารณะฯมาตรา 8(1), 10วรรคหนึ่ง, 27,28 พรบ.จราจรทางบก ฯมาตรา 114วรรคหนึ่ง, 148(เดิม) พรบ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง ฯมาตรา 4วรรคหนึ่ง, 9วรรค หนึ่ง
การกระทำของจำเลยที่ 1-3และที่ 6 เป็น ความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง ปรับคนละ 2,000 บาท ฐาน ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะกีดขวางทางเข้าออก หรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการ สถานที่ที่ทำการหน่วยงานของรัฐ จำคุกคนละ 3เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท ฐานร่วมกันเป็น ผู้จัดการชุมนุมสาธารณะกระทำการด้วยประการใดๆ ในลักษณะเป็นการกีดขวางการจราจร ปรับคนละ 300 บาท ฐานร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะทำการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับคนละ 150 บาท และฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ปรับจำเลยทั้งเจ็ด คนละ 4,500 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้ง7เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามทุกกระทง