นั้นเนื่องด้วยมีปรากฏตามสื่อต่างๆ ว่ามีข้าราชการดังกล่าวอาจมีความเกี่ยวข้องกับการตรวจ ยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ศอ.บต. ในฐานะผู้บังคับบัญชาจึงขอรายงานกรณีดังกล่าวมายังกรมการปกครองเพื่อดำเนินการต่อไปตามข้อ ๒ ของกฎ ก.พ.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๕๖ ประกอบกับตามแนวทางการแต่งตั้งข้าราชการให้ปฏิบัติหน้าที่ศอ.บต. ตามหนังสือที่อ้างถึง ๒ คณะรัฐมนตรีเคยมีมติกำหนดว่า “การแต่งตั้งข้าราชการไปประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้พิจารณา ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความประพฤติปฏิบัติที่ดีงาม และไม่เป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะส่งข้าราชการที่ถูกลงโทษ หรือความประพฤติไม่ดีไปประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้
ในการนี้เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการแต่งตั้งข้าราชการให้ปฏิบัติหน้าที่ฯ อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้บรรลุผลตามเป้าหมาย เกิดความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงไม่เกิดเงื่อนไขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. จึงขอความร่วมมือจาก กรมการปกครอง พิจารณาทบทวนการแต่งตั้งข้าราชการรายดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง อนึ่งในห้วงเวลาของการสอบหาข้อเท็จจริงหรือการสอบสวนทางวินัย ของกรมการปกครอง นั้น กรมการปกครองอาจพิจารณามีคำสั่งให้ ข้าราชการรายดังกล่าว ไปช่วยราชการ ณ กรมการปกครองไว้ก่อน จนกว่าการสอบข้อเท็จจริงหรือการสอบสวนทางวินัย จะแล้วเสร็จ
เลขาธิการศอ.บต. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุดังกล่าว กรมการปกครอง...ได้มีคำสั่งให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ตำแหน่ง นายอำเภอ (ผู้อำนวยการสูง) อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส รักษาการในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการศอ.บต. (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ) กรมการปกครองไปช่วยราชการ ที่กรมการปกครอง โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ที่วิทยาลัยการปกครองเป็นการประจำ ทั้งนี้ให้มีผล ตั้งแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงรายละเอียดปรากฏตามสำเนาคำสั่งที่ส่งมาพร้อมนี้