ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชุดเฉพาะกิจ หน่วยเคลื่อนที่เร็ว ยังสามารถควบคุมตัว นายไพศอล อาบู และ นายอาฮามะ เจะมะ หรือ คอลีมัง ผู้ร่วมก่อความไม่สงบได้เพิ่มเติมอีก 2 ราย
เบื้องต้นจากการซักถาม นายไพศอล ให้การยอมรับสารภาพว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งลอบวางเเพลิง และลอบยิงเจ้าหน้าที่ในวันที่ 6-12 ส.ค. 65 ส่วน นายอาฮามะ ให้การยอมรับสารภาพ มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ลอบวางระเบิด และลอบยิงเจ้าหน้าที่ในวันที่ 7-13 ส.ค. 65
นอกจากนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมบุคคลทั้ง 3 มาซักถาม พร้อมกับลงพื้นที่ตรวจสอบ พบป้ายผ้า และใบปลิว ซึ่งมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ มีใจความว่า “G5 Bangkit bersatu berjaya patani" (แปลว่า จี5 ลุกขึ้น ความเป็นหนึ่ง ความสำเร็จ ปาตานี) จำนวน 24 แผ่น โดยใบปลิวดังกล่าว ซุกซ่อนอยู่ใต้ป้ายผ้า ทั้งนี้ ภายหลังการซักถามในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งศูนย์ซักถาม ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อซักถาม และขยายผลต่อไป
ทั้งนี้ จากการควบคุมตัวบุคคลเป้าหมายทั้ง 2 พื้นที่ เบื้องต้นคาดว่า อาจเป็นเหตุทำให้สมาชิกกลุ่มแนวร่วมวางแผนตอบโต้เจ้าหน้าที่ เพื่อล้างแค้นให้สมาชิกในกลุ่มที่ถูกควบคุมตัว หรือถูกจับกุมตัวไป
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.นราธิวาส ยังมีการตั้งข้อสังเกตประเด็นที่อาจเป็นเหตุจูงใจของการก่อเหตุรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เช่นกัน ก็คือคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 จังหวัดสงขลา เพิ่งอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีทุจริตของนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งในพื้นที่นราธิวาส ซึ่งมีสายสัมพันธ์เป็นพี่น้องกับนักการเมืองระดับชาติ โดยศาลพิพากษาจำคุกจริง ไม่รอลงอาญา จึงอาจเป็นสาเหตุให้มีคำสั่งก่อเหตุรุนแรงเพื่อตอบโต้หรือไม่
เมื่อช่วงสายวันนี้ (11 ส.ค.) พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพภาคน้อยที่4 ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายปั๊มน้ำมันบางจาก จ.ปัตตานี โดยได้สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งหมด 17จุด แบ่งเป็น นราธิวาส9 จุด ,ยะลา6 จุดและปัตตานี2.จุดด้วยกัน โดยพื้นที่เป้าหมายส่วนใหญ่เป็นร้านสะดวกซื้อ เช่น ร้านเซเว่น 11 แห่ง ,บิ๊กซีมินิ 4 แห่ง เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ และปั้มน้ำมัน
รองแม่ทัพภาคน้อยที่4 ยังเปิดเผยถึงพฤติกรรมของคนร้ายเท่าที่มีการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่แต่งกายคล้ายผู้หญิงก่อเหตุโดยใช้ยานพาหนะที่เป็นรถจักรยานยนต์ทั้งการลอบวางระเบิดและการขว้างระเบิดเข้าไปเป้าหมาย
" พฤติกรรมคนร้ายดังกล่าวยังคงใช้รูปแบบเดิมที่ทำมาตลอด 18 ปี คือ ทำร้ายชีวิตผู้บริสุทธิ์และทำลายภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการทำลายระบบสาธารณูปโภค "
นอกจากนี้คนร้ายยังมุ่งก่อเหตุหลังการพูดคุยสันติสุขสิ้นสุดลง 2-3 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยให้หลังเพียงแค่วันเดียวมีเหตุการณ์ยิงชาวบ้านไทยพุทธที่หาของป่าในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส หลังจากนั้นก็เกิดเหตุมาโดยตลอด กระทั่งครั้งนี้ไม่ว่าคนร้ายจะมีความพยายามสร้างความไม่สงบอย่างต่อเนื่องแต่กองกองอำนวยการรักษาความมั่นคงยืนยันจะใช้รูปแบบการหารือและแนวทางสันติในการแก้ไขปัญหารวมถึงการบังคับใช้กฎหมายด้วยความระมัดระวัง
ข่าวโดย : นายอับดุลเลาะ หวังหนิ