ส่วนคดีที่คุณบุ๋ม ไปแจ้งความเอาผิดกับช่างเอ๋ ฐานร่วมกันฉ้อโกงเงินมูลนิธิองค์กรทำดีนั้น ทนายกุ้ง บอกว่าต้องรอสอบผู้เสียหายก่อน และรอดูว่าตำรวจจะเรียกหรือไม่ และคดีนี้ยังรอรวบรวมพยานหลักฐานก่อนว่า ช่างเอ๋ ไปร่วมกับก๊อต อธิป สามีบุ๋ม ปนัดดา อย่างไรบ้าง และส่วนตัวตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการแจ้งความในนามมูลนิธิ ซึ่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปแล้ว ทำได้หรือไม่ และคดีนี้ตนไม่ได้กังวลใจ
ขณะที่ ออยศรี ระบุว่า ที่ผ่านมาตนต้องเผชิญกับกระแสสังคมโจมตีอย่างหนัก หลังจากที่อีกฝ่ายใช้ความเป็นดาราสร้างดราม่า ร้องไห้จนทำให้ทัวร์มาลงตนตลอด พร้อมระบุว่าหากตนเกิดความกลัวและถอยจากการแจ้งความในวันนั้น เรื่องราวคงไม่ถูกเปิดเผยออกมา และอีกฝ่ายคงจะยังลอยนวลปกปิดซ่อนเร้นความจริงต่อไปได้
นอกจากนี้ คุณบุ๋มยังให้บุคคลคนหนึ่งโทรศัพท์มาหาตนเพื่อขอให้ชะลอการไปแจ้งความ และขอเจรจา โดยในวันที่พูดคุยมีทนายกุ้งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ทั้งนี้ไม่ขอบอกว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร แต่ยืนยันว่าทางคุณบุ๋ม เป็นคนให้เขาติดต่อมา ในคืนวันก่อนที่จะเดินทางมาแจ้งความ (ก่อน 30 ต.ค.) มองว่า หากวันนั้นตนยอมหยุดเรื่องก็คงไม่ได้มาถึงวันนี้ และคุณบุ๋มก็คงหยุดตนได้สำเร็จ
นอกจากนี้ ออยศรี ยังตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของมูลนิธิฯ โดยระบุว่า เงินบริจาคจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาผ่านบัญชีส่วนตัวและมูลนิธิฯ นั้น มีความผิดปกติ ขณะที่คณะกรรมการมูลนิธิฯ ต่างออกมาร้องห่มร้องไห้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องและอ้างว่าไม่รู้เรื่อง ซึ่งมองว่าไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ เนื่องจากมีชื่อร่วมก่อตั้งและปล่อยให้สถานการณ์ภายในเน่าเฟะโดยไม่ตรวจสอบดูแล
ส่วนจะกังวลเรื่องอันตรายหรือไม่นั้น ออยศรี ยอมรับว่า พี่บุ๋มรู้จักคนใหญ่คนโต แต่พี่บุ๋ม ไม่ได้ใช้วิธีเหล่านี้กับตน แต่เราก็กลัวไว้ก่อน ส่วนคุณก๊อต สามีคุณบุ๋ม ตนไม่ได้แจ้งความ จึงไม่ได้ยื่นคัดค้านประกันตัว