🟠 กลุ่มเฝ้าระวังระดับสูง "เตรียมพร่องน้ำ" (ปริมาณน้ำ 91% - 97%)
กลุ่มนี้จำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออกเพื่อรักษาเสถียรภาพของเขื่อนและเตรียมรับน้ำใหม่ พื้นที่ริมตลิ่งท้ายเขื่อนมีความเสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง
-เขื่อนขุนด่านปราการชล (97%)
จังหวัดที่กระทบ ได้แก่ นครนายก (อ.เมือง) ปราจีนบุรี (อ.บ้านสร้าง) และ ฉะเชิงเทรา (บางส่วนที่เชื่อมกับแม่น้ำบางปะกง)
-เขื่อนวชิราลงกรณ (96%) และ เขื่อนศรีนครินทร์ (92%)
จังหวัดที่กระทบ ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม (น้ำจากทั้งสองเขื่อนจะไหลลงแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ มารวมกันเป็นแม่น้ำแม่กลองที่ตัวเมืองกาญจนบุรี ไหลผ่านราชบุรี และออกทะเลที่สมุทรสงคราม)
จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือมวลน้ำจาก "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" ที่จะไปสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลางตอนล่างตึงเครียดขึ้นอย่างมาก
ในขณะที่ "เขื่อนวชิราลงกรณ" ก็มีน้ำสูงถึง 96% ซึ่งเขื่อนนี้จะระบายน้ำลง "แม่น้ำแควน้อย"
เมื่อน้ำจากแควใหญ่ (เขื่อนศรีนครินทร์) และ แควน้อย (เขื่อนวชิราลงกรณ) ถูกระบายออกมาพร้อมกัน มวลน้ำมหาศาลจะมาชนกันที่ ตัวเมืองกาญจนบุรี (จุดกำเนิดแม่น้ำแม่กลอง) ซึ่งจะสร้างภาระหนักมากให้กับ "เขื่อนแม่กลอง" (เขื่อนทดน้ำใน อ.ท่าม่วง) และจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองตั้งแต่กาญจนบุรี ราชบุรี ไปจนถึงสมุทรสงคราม เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
สอดคล้องกับการแจ้งเตือนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันนี้ (29 ก.ย. 2569) ที่ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ริมคลองสาขา และพื้นที่ลุ่มต่ำ ในพื้นที่ อ.บ้านโป่ง อ.โพธาราม อ.เมืองราชบุรี อ.บางแพ อ.ดำเนินสะดวก อ.วัดเพลง และ อ.ปากท่อ อพยพออกจากบ้านเรือนทันที เนื่องจากเขื่อนแม่กลอง ระบายน้ำเพิ่มเป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที ในวันนี้ เวลา 13.00 น. และอาจจะระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีกเป็น 3,000 ลบ.ม./วินาที