เนชั่นทีวี

ข่าว

“ภราดร” แจงเร่งระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหตุน้ำเหนือมารวมที่ "นครสวรรค์"

24 ก.ย. 2569 | prisana_tha

“ภราดร” แจงเร่งระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหตุน้ำเหนือมารวมที่ "นครสวรรค์"

“ภราดร” แจงเร่งระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหตุน้ำเหนือมารวมที่ "นครสวรรค์" ยันสถานการณ์ทรงตัว จ่อใช้ “แผนก้างปลา” ผันน้ำเข้าทุ่งรับน้ำ ลดผลกระทบอยุธยา

“ภราดร” แจงเร่งระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหตุน้ำเหนือมารวมที่ "นครสวรรค์" ยันสถานการณ์ทรงตัว จ่อใช้ “แผนก้างปลา” ผันน้ำเข้าทุ่งรับน้ำ ลดผลกระทบอยุธยา

KEY

POINTS

  • สส.อยุธยา จี้ถามเหตุเร่งระบายน้ำ “ประดิธ” สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามรัฐบาล หลังเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลน้ำเอ่อท่วมบ้านริมแม่น้ำน้อยบางจุดสูงถึง 1 เมตร
  • น้ำเหนือทะลัก ต้องเร่งระบาย “ภราดร” ชี้แจงว่า 18-21 ก.ย. มีฝนตกใต้เขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ ทำให้น้ำมหาศาลไหลรวมที่นครสวรรค์ จึงต้องเร่งระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมใช้แนวทาง “ระบายน้ำแบบก้างปลา” กระจายน้ำเข้าทุ่งรับน้ำ
  • เร่งแผนแก้น้ำท่วมระยะยาว รัฐบาลเตรียมผลักดันโครงการคลองระบายน้ำขนาดใหญ่ ทั้งบางบาล-บางไทร ชัยนาท-ป่าสัก ป่าสัก-อ่าวไทย และเพิ่มประสิทธิภาพคลองรพีพัฒน์ เพื่อช่วยลดผลกระทบพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา

24 กันยายน 2569 นายประดิธ สังขจาย สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดถึงรัฐบาล ถึงปัญหาอุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีการคาดการณ์ปีนี้น้ำจะไม่ท่วมในพื้นที่จังหวัดฯ แต่ปัจจุบันกลับมีการเพิ่มการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา จนทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนตามริมแม่น้ำน้อย บางหลังคาเรือนน้ำท่วมสูงสุด 1 เมตร จึงต้องการทราบสาเหตุการเร่งระบายน้ำของกรมชลประทาน

 

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายให้มาตอบกระทู้ถามจากนายกรัฐมนตรี ว่า การเพิ่มการระบายน้ำเป็นปริมาณมหาศาลในระยะเวลา 7 วันที่ผ่านมา จาก 490 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 1,620 ล้านลูกบาศก์เมตรนั้น เนื่องจาก ในช่วงวันที่ 18-21 กันยายนที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำฝนใต้เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ทำให้น้ำมีปริมาณมหาศาล และรวมกันที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนออกเขื่อนเจ้าพระยา กรมชลประทาน ได้ใช้วิธีการระบายน้ำช่วย เพื่อป้องกันไม่ได้น้ำล้นประตู ซึ่งเขื่อนเจ้าพระยาทำหน้าที่ทดน้ำเพื่อการเกษตร ไม่สามารถเก็บน้ำได้เหมือนเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ทำให้จังหวัดใต้เขื่อน เกิดปัญหาน้ำท่วม เช่นเดียวกับจังหวัดอ่างทอง ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน พร้อมคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำในท้ายประตู คงจะที่ระยะหนึ่ง

ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

นายภราดร ยังชี้แจงถึงแนวทางการบริหารจัดการการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาอย่างไร เพื่อลดปัญหาของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นัดประชุมเร่งด่วนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน รองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จนได้แนวทางว่า กรมชลประทาน จะพยายามบริหารจัดการน้ำแบบก้างปลา แทนแนวดิ่ง ซึ่งด้านซ้ายและขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จะแบ่งระบายไปยังแม่น้ำท่าจีน และคลองชัยนาท-ป่าสัก และคลองมหาราช ซึ่ง 2 วันที่ผ่านมา ได้เพิ่มจำนวนการระบายน้ำ และจะเพิ่มปริมาณการระบายน้ำมากขึ้น เพื่อลดปริมาณน้ำท้ายเขื่อน รวมถึงทุ่งรับน้ำต่าง ๆ ทั้งท่าวุ้ง เชียงราก ป่าโมก บางบาล เจ้าเจ็ด และโพธิ์พระยา ทราบว่า เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวผลผลิตใกล้เสร็จสิ้นแล้ว ก็จะพยายามดันน้ำไปฝากไว้ทุ่งรับน้ำ เพื่อลดผลกระทบที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งอำเภอบางบาล ผักไห่ และเสนา 

เขื่อนเจ้าพระยา

 

นายภราดร ยังระบุว่า การคาดหวังการระบายน้ำหลังจากนี้ให้คงที่นั้น ขณะนี้ ยังไม่สามารถตอบได้ แต่จากสถานการณ์ตามคาดการณ์สถานการณ์ขณะนี้ สถานการณ์ทรงตัวแล้ว ยกเว้นว่า หาก 1-2 วันนี้ มีน้ำฝนมาเติมในจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร อุทัยธานี หรือจังหวัดพิจิตร ก็จะทำให้สถานการณ์ไม่สามารถควบคุมได้ ต้องพิจารณาสถานการณ์วันต่อวันจนถึงวันที่ 26 กันยายนนี้ แต่จะพยายามให้น้ำท้ายเขื่อนให้น้อยที่สุด แต่จะบริหารจัดการระบายน้ำแบบก้างปลาอย่างเต็มที่

 

ส่วนรัฐบาลจะมีแนวทางการบริหารจัดการน้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยาในอนาคตอย่างไร หรือจะมีแนวทางชดเชย ช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรได้บ้างนั้น นายภราดร ยอมรับว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้น ทำได้ยาก เนื่องจาก ธรรมชาติของพื้นที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และเกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งธรรมชาติเหมือนเดิม แต่สังคมเมืองเติบโตมากขึ้น พื้นที่รับน้ำน้อยลง ซึ่งรัฐบาลเห็นปัญหานี้ และเมื่อปลายปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรี ได้ไปเยี่ยมประชาชนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้เห็นผลการศึกษาแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืนที่รัฐบาลชุดก่อนๆ ได้ศึกษามา ซึ่งมีทางออกเดียว คือ การสร้างทางระบายน้ำขนาดใหญ่เพิ่ม

 

ซึ่งขณะนี้ ได้ดำเนินการคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทรแล้ว ตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลชุดนี้ กำลังเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 ปีนี้ ซึ่งจะสามารถช่วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้บ้าง เพื่อลดน้ำท่วมในพื้นที่ แต่การแก้ไขปัญหาเบ็ดเสร็จ จะต้องมีคลองระบายน้ำขนาดใหญ่ในฝั่งตะวันออก ทั้งคลองชัยนาท-ป่าสัก และป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งคลองชัยนาท-ป่าสักนั้น มีอยู่แล้ว แต่จะไปขยายคลองให้ใหญ่ขึ้น

 

แต่ป่าสัก-อ่าวไทย จะต้องทำทางระบายน้ำใหม่ เพื่อรับน้ำจากชัยนาท-ป่าสัก และส่งออกไปยังอ่าวไทย แต่ก็จะต้องใช้งบประมาณมหาศาล แต่นายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันพร้อมดำเนินการ และรัฐบาลกำลังจะดำเนินการในปี 2570 นี้ และฝั่งคลองรพีพัฒน์ ก็จะขยายประสิทธิภาพการระบายน้ำด้วย เพื่อระบายน้ำฝั่งตะวันออก ออกไปยังแม่น้ำบางปะกง ซึ่งผ่านมติคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยจะใช้เงินกู้และเงินงบประมาณส่วนหนึ่งร่วมกัน ซึ่งเชื่อว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาเบ็ดเสร็จ และเด็ดขาดได้

ข่าวล่าสุด