นายเจเศรษฐ์ ยังกำชับให้จังหวัด เร่งตรวจสอบความพร้อมของ โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่สำคัญในพื้นที่เสี่ยง หากพบจุดใดมีความเสี่ยงหรือมีข้อจำกัดในการรับมือ ต้องเร่งแก้ไขและเตรียมแผนรองรับไว้ล่วงหน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กำชับเป็นพิเศษ ในเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ โดยเฉพาะการจัดเตรียม ศูนย์พักพิง อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น ตลอดจนกำลังคนและเครื่องมือสำหรับเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยขอให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบความพร้อมอย่างรอบด้าน และไม่ให้เกิดความขาดตกบกพร่อง
สำหรับการแจ้งเตือนประชาชนนั้น นายเจเศรษฐ์ กำชับว่า จังหวัดในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ ต้องสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในพื้นที่ประกอบการประเมินสถานการณ์ได้ทันที หากพบว่า มีความเสี่ยงและจำเป็นต้องแจ้งเตือนประชาชน สามารถประสานดำเนินการผ่านระบบ Cell Broadcast ตามขั้นตอนที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องรอให้สถานการณ์รุนแรงก่อน พร้อมย้ำถึงการสื่อสารในภาวะภัยพิบัติ ต้องไม่ขาดตอน ให้จังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ ใช้ทุกช่องทางและภาคีเครือข่ายในการประชาสัมพันธ์ข้อมูล เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่องและรู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร