เนชั่นทีวี

ข่าว

มท.3 สั่งพื้นที่เสี่ยงประเมินน้ำท่วม-เตรียมพร้อม 24 ชม.

24 ก.ย. 2569 | katchatapong_lee

มท.3 สั่งพื้นที่เสี่ยงประเมินน้ำท่วม-เตรียมพร้อม 24 ชม.

มท.3 สั่งพื้นที่เสี่ยงประเมินน้ำท่วม-เตรียมพร้อม 24 ชม.ไม่ต้องรอส่วนกลาง-ย้ำใช้ Cell Broadcast แจ้งเตือนได้ทันที แนะ ปชช.ยึดข้อมูลรัฐเป็นหลัก-ไม่ปิดกั้นข่าวโซเชียล

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวโน้มสภาพอากาศ ประเมินพื้นที่เสี่ยง และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้ โดยได้กำชับจังหวัด ที่ได้รับอิทธิพลจากมรสุม และพื้นที่ติดแหล่งน้ำที่อาจได้รับผลกระทบ ให้เตรียมความพร้อมในทุกด้านล่วงหน้า ทั้งกำลังคน เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ช่วยเหลือประชาชน โดยยึดหลัก “Single Command” ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการหลักในพื้นที่ สามารถประเมิน วิเคราะห์ และสั่งการตามสถานการณ์จริงในพื้นที่ได้ทันที ไม่ต้องรอการแจ้งเตือนจากส่วนกลาง หากเห็นว่ามีความเสี่ยงต้องสามารถขยับการเตรียมความพร้อมได้ก่อน พร้อมกำชับให้ทุกพื้นที่เสี่ยง ประจำกำลังตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ติดแหล่งน้ำ และพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากมรสุม รวมถึงติดตามสถานการณ์ คลื่นลมและคลื่นทะเล ในพื้นที่ชายฝั่งควบคู่กับสถานการณ์ฝนและน้ำ

นายเจเศรษฐ์ ยังกำชับให้จังหวัด เร่งตรวจสอบความพร้อมของ โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่สำคัญในพื้นที่เสี่ยง หากพบจุดใดมีความเสี่ยงหรือมีข้อจำกัดในการรับมือ ต้องเร่งแก้ไขและเตรียมแผนรองรับไว้ล่วงหน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กำชับเป็นพิเศษ ในเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ โดยเฉพาะการจัดเตรียม ศูนย์พักพิง อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น ตลอดจนกำลังคนและเครื่องมือสำหรับเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยขอให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบความพร้อมอย่างรอบด้าน และไม่ให้เกิดความขาดตกบกพร่อง

 

สำหรับการแจ้งเตือนประชาชนนั้น นายเจเศรษฐ์ กำชับว่า จังหวัดในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ ต้องสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในพื้นที่ประกอบการประเมินสถานการณ์ได้ทันที หากพบว่า มีความเสี่ยงและจำเป็นต้องแจ้งเตือนประชาชน สามารถประสานดำเนินการผ่านระบบ Cell Broadcast ตามขั้นตอนที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องรอให้สถานการณ์รุนแรงก่อน พร้อมย้ำถึงการสื่อสารในภาวะภัยพิบัติ ต้องไม่ขาดตอน ให้จังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ ใช้ทุกช่องทางและภาคีเครือข่ายในการประชาสัมพันธ์ข้อมูล เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่องและรู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร

สำหรับข้อมูลจากโลกโซเชียลนั้น นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ไม่ได้ปิดกั้น หรือตำหนิการนำเสนอข้อมูลจากเพจ หรือช่องทางใด แต่ในสถานการณ์ภัยพิบัติ ขอให้ประชาชน ยึดข้อมูลจากหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเป็นข้อมูลหลัก โดยเฉพาะข้อมูลด้านสภาพอากาศ การแจ้งเตือนภัย และสถานการณ์น้ำ เนื่องจากข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบมีขั้นตอนในการตรวจสอบและประเมินก่อนเผยแพร่ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่การสื่อสารที่มุ่งเน้นเพียงความรวดเร็วหรือสร้างความสนใจจนทำให้เกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

 

“ผมไม่ได้ปิดกั้นว่า ประชาชนจะรับข้อมูลจากช่องทางไหน แต่ในสถานการณ์ภัยพิบัติ ขอให้ใช้ข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเป็นหลัก เพราะข้อมูลเหล่านี้ผ่านการตรวจสอบและประเมินแล้ว สิ่งสำคัญคือเราต้องการให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อเตรียมตัวได้ทัน ไม่ใช่ได้รับข้อมูลที่เร็ว แต่สร้างความกังวลโดยไม่จำเป็น” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด