เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดวาระ ครม.สัญจร ชง 199 โครงการ พัฒนา 5 จังหวัดใต้ กว่า 5.7 หมื่นล้าน

31 ส.ค. 2569 | titayu_pur

เปิดวาระ ครม.สัญจร ชง 199 โครงการ พัฒนา 5 จังหวัดใต้ กว่า 5.7 หมื่นล้าน

จับตา ครม.สัญจร 1 ก.ย. ลุยพิจารณา 199 โครงการ วงเงินกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท เร่งพัฒนา 5 จังหวัดภาคใต้ พร้อมชงรถไฟทางคู่ 1 แสนล้าน แก้ปัญหาน้ำท่วมและคมนาคม

จับตา ครม.สัญจร 1 ก.ย. ลุยพิจารณา 199 โครงการ วงเงินกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท เร่งพัฒนา 5 จังหวัดภาคใต้ พร้อมชงรถไฟทางคู่ 1 แสนล้าน แก้ปัญหาน้ำท่วมและคมนาคม

KEY

POINTS

  • เสนอ 199 โครงการ 5.7 หมื่นล้าน: ครม.สัญจร เตรียมพิจารณาแผนพัฒนา 5 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) ครอบคลุมคมนาคม เศรษฐกิจ และป้องกันภัยพิบัติ
     
  • ดันเมกะโปรเจกต์คมนาคม: จ่ออนุมัติรถไฟทางคู่ สายใต้ ระยะ 2 วงเงินแสนล้าน สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา สะพานเชื่อมเกาะลันตา และเร่งเยียวยาน้ำท่วมสงขลา 1,941 ล้านบาท
     
  • รัฐบาลคัดกรองเข้มงบประมาณ: เน้นอนุมัติโครงการเร่งด่วนที่พร้อมและคุ้มค่า โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม พร้อมทบทวนโครงการที่กระทบระบบนิเวศอย่างรอบคอบ

31 สิงหาคม 2569 การประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 1 ก.ย. 69 รัฐบาลเตรียมพิจารณาข้อเสนอ งบพัฒนาภาคใต้ กว่า 5.7 หมื่นล้านบาท ครอบคลุม 199 โครงการ เพื่อขับเคลื่อนการ พัฒนาภาคใต้ ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และระบบป้องกันภัยพิบัติ พร้อมเร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 และการสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา โดยรัฐบาลเน้นย้ำการกลั่นกรองโครงการที่คุ้มค่า มีความพร้อม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

 

โดยการประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 นี้ ต้องจับตาเป็นพิเศษต่อวาระที่จะมีการเห็นชอบให้การสนับสนุนงบประมาณพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยก่อนหน้านี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ครม.สัญจร ครั้งนี้ จะมีการเสนอโครงการพัฒนา 5 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 199 โครงการ คิดเป็นวงเงินเบื้องต้นกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท

สถานที่ประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569

 

นายธนกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประชุม ครม.สัญจร จะมีการขออนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ 3 เส้นทาง เชื่อมโครงข่ายจากชุมพรถึงปาดังเบซาร์ วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท และการลงนามสัญญาก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา (กระแสสินธุ์-เขาชัยสน) รวมทั้งสะพานเชื่อมเกาะลันตา และการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของทุกฝ่าย กรณีโครงการพัฒนาอำเภอจะนะ โดยยึดผลการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) และการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหลัก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน

 

 

 

เปิดที่มาของ 199 โครงการ วงเงินเบื้องต้นกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท 

 

จังหวัดสงขลา เสนอ 5 โครงการ วงเงินรวม 50 ล้านบาท ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม คมนาคม และการป้องกันภัยพิบัติ พร้อมเสนอโครงการเชิงนโยบายที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอีก 26 โครงการ วงเงินรวม 35,061.056 ล้านบาท ของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน และสำนักงบประมาณ

 

ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งข้อสังเกตต่อโครงการเชื่อมโยง 2 ทะเล ในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวล่องเรือชมโลมาอิรวดีว่า อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความเป็นอยู่ของโลมาอิรวดีในวงกว้าง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนความเหมาะสมและนำข้อสังเกตดังกล่าวไปศึกษาเพิ่มเติมอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ แขวงทางหลวงสงขลา รายงานว่า มีโครงการเร่งด่วนทั้งสิ้น 133 โครงการ ดำเนินการแล้วเสร็จบางส่วน เหลืออีก 106 โครงการที่ยังไม่แล้วเสร็จ จึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม 1,941 ล้านบาท เนื่องจากเป็นโครงการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

 

จังหวัดสตูล เสนอโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน 17 โครงการ ครอบคลุมด้านการพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจ คมนาคม และการป้องกันภัยพิบัติ พร้อมเสนอโครงการเชิงนโยบายที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอีก 11 โครงการ แต่ไม่ได้ระบุวงเงิน โดยทั้งหมดสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ตั้งข้อสังเกตให้ขยายขอบเขตโครงการไปยังพื้นที่อำเภอมะนังและอำเภอทุ่งหว้าเพิ่มเติมด้วย

 

จังหวัดยะลา เสนอโครงการที่พร้อมดำเนินการ 10 โครงการ วงเงิน 338.145 ล้านบาท พร้อมเสนอโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณอีก 4 โครงการ วงเงินรวม 4,308 ล้านบาท และมีข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคเอกชนที่ไม่ใช้งบประมาณอีก 1 โครงการ

 

จังหวัดปัตตานี เสนอโครงการที่พร้อมดำเนินการ 6 โครงการ วงเงิน 50 ล้านบาท เน้นการติดตามและเฝ้าระวังภัยพิบัติเชิงรุก การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ การบรรเทาความเดือดร้อนด้านอุปโภคบริโภค การป้องกันน้ำท่วมขังในชุมชน และการพัฒนาแหล่งน้ำสาธารณะบริเวณสระที่ 5, 6, 7 และ 8 

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตรวจสภาพการระบายน้ำหาดใหญ่

 

ก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมพิจารณาข้อเสนอโครงการจาก 5 จังหวัดภาคใต้ ก่อนที่จะมาประชุม ครม.สัญจร สงขลา เคยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการขุดลอกร่องน้ำปัตตานี วงเงิน 400 ล้านบาท โดยมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีหารือร่วมกับกรมเจ้าท่าเพื่อหาข้อสรุปโดยเร็ว พร้อมขอให้จังหวัดจัดลำดับความสำคัญของโครงการต่าง ๆ เป็นภารกิจสำคัญลำดับแรก ก่อนดำเนินการขั้นต่อไป

 

จังหวัดนราธิวาส เสนอโครงการที่พร้อมดำเนินการ 6 โครงการ วงเงิน 404.790 ล้านบาท และเสนอโครงการเชิงนโยบายที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอีก 8 โครงการ วงเงินสูงถึง 15,055.640 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่จังหวัดเสนอทั้งหมด

 

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า

“แม้จะมีข้อเสนอโครงการเข้ามาหลายโครงการ แต่รัฐบาลจะกลั่นกรองอย่างรอบคอบ จะเห็นชอบเฉพาะโครงการที่มีความพร้อม มีความคุ้มค่า ไม่ส่งผลต่องบประมาณ และต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ ดังนั้น บางโครงการอาจจะแค่เห็นชอบในหลักการเอาไว้ก่อน ส่วนโครงการเร่งด่วนที่น่าจะเห็นชอบคือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในการประชุม ครม.สัญจร ครั้งนี้”

ข่าวล่าสุด