เนชั่นทีวี

ข่าว

“สมชัย” ตั้ง 4 ข้อสังเกตคดีบาร์โค้ด ชี้เพิ่งเคยได้ยิน ศาล รธน.เดินเผชิญสืบ

27 ส.ค. 2569 | prisana_tha

“สมชัย” ตั้ง 4 ข้อสังเกตคดีบาร์โค้ด ชี้เพิ่งเคยได้ยิน ศาล รธน.เดินเผชิญสืบ

“สมชัย” ตั้ง 4 ข้อสังเกตคดีบาร์โค้ด ชี้เพิ่งเคยได้ยิน ศาล รธน.เดินเผชิญสืบ ระวังมีการจัดฉาก ต้องไม่แจ้งสถานที่ล่วงหน้า มองต่างมุมสามารถรู้ได้ว่าใครกาให้ใคร โดยไม่ต้องเดินเผชิญสืบ เพียงแค่มีลำดับการเข้าไปใช้สิทธิ บัตรเลือกตั้งที่กาคะแนนแล้ว ถ่ายภาพให้เห็นบัตรเลือกตั้งกับบาร์โค้ด

“สมชัย” ตั้ง 4 ข้อสังเกตคดีบาร์โค้ด ชี้เพิ่งเคยได้ยิน ศาล รธน.เดินเผชิญสืบ ระวังมีการจัดฉาก ต้องไม่แจ้งสถานที่ล่วงหน้า มองต่างมุมสามารถรู้ได้ว่าใครกาให้ใคร โดยไม่ต้องเดินเผชิญสืบ เพียงแค่มีลำดับการเข้าไปใช้สิทธิ บัตรเลือกตั้งที่กาคะแนนแล้ว ถ่ายภาพให้เห็นบัตรเลือกตั้งกับบาร์โค้ด

KEY

POINTS

  • ศาลรัฐธรรมนูญเดินเผชิญสืบคดีบัตรเลือกตั้ง ตรวจสถานที่เก็บบัตร ต้นขั้ว บัตรเหลือ และอุปกรณ์เลือกตั้ง หลังมีข้อร้องเรียนว่า QR Code และบาร์โค้ด อาจทำให้ระบุตัวผู้ลงคะแนนได้
  • “สมชัย” ชี้ศาลต้องตรวจสอบให้รอบด้าน ไม่ใช่เพียงดูว่าบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิฯ ถูกแยกเก็บหรือไม่ เพราะอาจมีวิธีอื่นในการเชื่อมโยงตัวตนกับการลงคะแนน
  • ตั้งข้อสังเกต กระบวนการไต่สวน เรียกร้องให้ศาลเปิดโอกาสให้ผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้รับการไต่สวนอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือต่อคำวินิจฉัย โดยศาลนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยวันที่ 28 ก.ย. 2569

ใกล้งวดเข้ามาทุกที สำหรับคดีบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด และ QR code ในการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดยมีการร้องเรียนว่าอาจทำให้สามารถสืบทราบตัวตนผู้ลงคะแนนและผลคะแนนได้ โดยศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยานบุคคลจำนวน 5 ปาก ไปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา และศาลได้กำชับห้ามผู้เข้าฟังนำข้อมูลไปเผยแพร่ภายนอกเด็ดขาด

 

โดยในวันนี้ (27 ส.ค.69) ศาลเดินเผชิญสืบพยานหลักฐานนอกที่ทำการศาล โดยมอบหมายให้คณะตุลาการและหน่วยงานที่รับผิดชอบสำนวน ร่วมตรวจสอบสถานที่เก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว บัตรเหลือ และวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร และให้คู่กรณียื่นคำแถลงปิดคดี ภายในวันที่ 11 กันยายน 2569 โดยศาลกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ก่อนนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันเดียวกัน เวลา 14.00 น.

“สมชัย” ตั้ง 4 ข้อสังเกตคดีบาร์โค้ด ชี้เพิ่งเคยได้ยิน ศาล รธน.เดินเผชิญสืบ

 

รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand สัมภาษณ์ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ประเด็นถอดรหัส...”เดินเผชิญสืบ” คดีบาร์โค้ด โดยนายสมชัย ตั้งข้อสังเกตไว้หลายประเด็น

 

“สมชัย” ตั้ง 4 ข้อสังเกตคดีบาร์โค้ด ชี้เพิ่งเคยได้ยิน ศาล รธน.เดินเผชิญสืบ

 

นายสมชัย กล่าวว่า “ผมเกิดมาเพิ่งเคยได้ยิน พอไปค้นเขาบอกว่าเป็นภาษากฎหมายที่ใช้มาเมื่อ รศ.113 ตรงกับ พ.ศ.2437 เมื่อ 132 ปีที่แล้ว ปกติคนต้องไปศาล นำพยานไปที่ศาล แต่ถ้าสิ่งนั้นไม่สามารถมาศาลได้ ศาลก็จะไปหาสิ่งนั้น เช่น คนเจ็บป่วยมาที่ศาลไม่ได้ ศาลก็เดินเผชิญสืบไปหาคนเจ็บป่วยข้างนอก สิ่งของวัตถุขนาดใหญ่ เอาออกนอกสถานที่ไม่ได้ ศาลก็ไปเดินเผชิญสืบ”

 

เมื่อถามว่า กรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ถอดรหัสศาลรัฐธรรมนูญต้องการเดินเผชิญสืบแสวงหาข้อเท็จจริงในเรื่องอะไรบ้าง นายสมชัย กล่าวว่า ไปดู 3 อย่าง เพราะ กกต.ให้ข้อมูลว่า บัตรเลือกตั้งจะไม่เป็นความลับหากเอาของ 3 อย่างนี้มาประกบกัน 1.บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว 2.ต้นขั้วของบัตรเลือกตั้ง 3.บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.บอกว่าของ 3 อย่างนี้แยกเก็บไว้คนละที่ และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมาก ไม่มีทางที่ 3 อย่างจะมาประกบกันได้ ศาลจึงให้พาไปดู แยกกันเก็บไว้ที่ไหน มีมาตรการรักษาความปลอดภัยดีเพียงใด ถ้าเห็นแล้วเป็นไปตามที่ กกต.บอก บัตรนี้ต้องเป็นความลับแน่นอน

ทั้งนี้ นายสมชัย ตั้งคำถามว่า  1. รู้ได้อย่างไรว่าจะไม่มีการจัดฉาก สมมติว่าการออกไปบอกล่วงหน้าว่าจะไปที่ทำการเขตนี้ สำนักงาน กกต.ตรงนี้ รู้ได้อย่างไรว่าสิ่งต่างๆที่วางระเกะระกะ มันจะเอามาวางเรียบร้อย ใส่ลูกกรงเอาไว้หรือไม่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถ้าเดินเผชิญสืบต้องไม่บอกว่าไปไหน นัดรถมา 10.30 น. เดี๋ยวบอกเองว่าไปไหน อันนี้อาจน่าเชื่อถือมากขึ้น ต้องไม่บอกล่วงหน้าว่าไปที่ไหน

 

2.มุมมองในการไต่สวนนี้ มองเพียงซีกเดียว จากที่ กกต.ให้ข้อมูลว่า องค์ประกอบ 3 อย่างนี้สำคัญที่สุด แต่อีกมุมหนึ่ง แม้ไม่มีของ 3 อย่างประกบกัน ก็สามารถล่วงรู้ว่าใครเลือกใครได้

 

“สมชัย” ตั้ง 4 ข้อสังเกตคดีบาร์โค้ด ชี้เพิ่งเคยได้ยิน ศาล รธน.เดินเผชิญสืบ

 

“ผมเคยสาธิตการเลือกก๋วยเตี๋ยว ผมไม่ต้องมีอะไรเลย ต้นขั้วก็ไม่ดู บัญชีรายชื่อก็ไม่ดู ผมดูแค่ลำดับการเข้าไปใช้สิทธิ และดูบัตรเลือกตั้งที่กาคะแนนแล้ว และถ่ายภาพตอนนับคะแนน และถ่ายภาพให้เห็นบัตรเลือกตั้งกับบาร์โค้ด ผมบอกได้เลยว่า คนที่เข้าไปเลือก เขาเลือกกินก๋วยเตี๋ยวอะไร วิธีการแบบนี้ก็สามารถรู้ได้ว่าใครเลือกใคร โดยไม่จำเป็นต้องเอาของ 3 อย่างประกบกัน”

 

3.การไต่สวนที่เกิดขึ้น ผมดูแล้วมีการไต่สวนฝั่งเดียว ผมไม่เห็นการนัดหมายไต่สวนในส่วนของผู้ร้อง แต่เป็นการไต่สวนทางฝั่ง กกต.เป็นเจ้าหน้าที่ กกต. ผู้บริหาร กกต. และโรงพิมพ์อีก 2 แห่ง แต่ฝั่งผู้ร้องน่าจะเป็นแค่รองเลขาธิการของผู้ตรวจการแผ่นดินมานั่งฟังอยู่คนเดียว ผู้ร้องผู้อื่นอยู่ไหน และมีการนัดไต่สวนไหม ศาลจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ประชาชน โดยให้โอกาสไต่สวนของทั้งสองฝั่ง เพื่อให้ประชาชนเกิดความน่าเชื่อถือว่าศาลได้ฟังความอย่างครบถ้วน

 

“สมชัย” ตั้ง 4 ข้อสังเกตคดีบาร์โค้ด ชี้เพิ่งเคยได้ยิน ศาล รธน.เดินเผชิญสืบ

 

4.เมื่อวานนี้ (26 ส.ค.69) ศาลอนุญาตให้บุคคลที่ไม่ใช่พยานเข้าฟังจำนวนหนึ่ง มีประธาน กกต.มารับฟัง ซึ่งเป็นเจ้านายของคนที่ถูกไต่สวนมานั่งฟัง ตั้งข้อสังเกตง่ายๆว่า

 

“ถ้าผมเป็นลูกน้องแล้วหัวหน้าอยู่ในห้องไต่สวนด้วย ศาลถามอะไรมา สมมติถามว่าบาร์โค้ดเจ้าหน้าที่ริเริ่มเอง หรือโรงพิมพ์ริเริ่ม ถ้ามาจาก กกต.คนใดคนหนึ่งเป็นคนสั่งให้มีการทำบาร์โค้ด ผมต้องเหลือบมองแล้วเหลือบมองอีก ว่า เจ้านายจะว่าอย่างไร เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์เป็นจริงอย่างไร สมมติว่าคำสั่งพิมพ์บาร์โค้ด เป็นการเฉพาะเจาะจงมาจาก กกต.ผมก็ไม่กล้าพูดหรอก”

 

“แต่ขณะที่ ดร.เรือบิน หรือ ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Big Data จะทำ จม.ขอเข้าฟัง ไม่ได้เข้า ทั้งหมดเราวิจารณ์โดยสุจริตเพื่อให้กระบวนการไต่สวน ในการวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นที่ยอมรับของประชาชน ถ้าทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่มีสิ่งเคลือบแคลงสงสัย ผลของการวินิจฉัยนั้นจะเป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่เพียงศาลจะมีคำวินิจฉัย แต่ต้องสร้างความรู้สึกของสังคมให้รู้สึกว่า องค์กรตัดสินโดยหลักการที่ถูกต้อง มีหลักฐานน่าเชื่อถือ มีกระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรมจากทุกฝ่าย ผมให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ” นายสมชัย กล่าว

ข่าวล่าสุด