ทั้งนี้ นายสมชัย ตั้งคำถามว่า 1. รู้ได้อย่างไรว่าจะไม่มีการจัดฉาก สมมติว่าการออกไปบอกล่วงหน้าว่าจะไปที่ทำการเขตนี้ สำนักงาน กกต.ตรงนี้ รู้ได้อย่างไรว่าสิ่งต่างๆที่วางระเกะระกะ มันจะเอามาวางเรียบร้อย ใส่ลูกกรงเอาไว้หรือไม่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถ้าเดินเผชิญสืบต้องไม่บอกว่าไปไหน นัดรถมา 10.30 น. เดี๋ยวบอกเองว่าไปไหน อันนี้อาจน่าเชื่อถือมากขึ้น ต้องไม่บอกล่วงหน้าว่าไปที่ไหน
2.มุมมองในการไต่สวนนี้ มองเพียงซีกเดียว จากที่ กกต.ให้ข้อมูลว่า องค์ประกอบ 3 อย่างนี้สำคัญที่สุด แต่อีกมุมหนึ่ง แม้ไม่มีของ 3 อย่างประกบกัน ก็สามารถล่วงรู้ว่าใครเลือกใครได้
“ผมเคยสาธิตการเลือกก๋วยเตี๋ยว ผมไม่ต้องมีอะไรเลย ต้นขั้วก็ไม่ดู บัญชีรายชื่อก็ไม่ดู ผมดูแค่ลำดับการเข้าไปใช้สิทธิ และดูบัตรเลือกตั้งที่กาคะแนนแล้ว และถ่ายภาพตอนนับคะแนน และถ่ายภาพให้เห็นบัตรเลือกตั้งกับบาร์โค้ด ผมบอกได้เลยว่า คนที่เข้าไปเลือก เขาเลือกกินก๋วยเตี๋ยวอะไร วิธีการแบบนี้ก็สามารถรู้ได้ว่าใครเลือกใคร โดยไม่จำเป็นต้องเอาของ 3 อย่างประกบกัน”
3.การไต่สวนที่เกิดขึ้น ผมดูแล้วมีการไต่สวนฝั่งเดียว ผมไม่เห็นการนัดหมายไต่สวนในส่วนของผู้ร้อง แต่เป็นการไต่สวนทางฝั่ง กกต.เป็นเจ้าหน้าที่ กกต. ผู้บริหาร กกต. และโรงพิมพ์อีก 2 แห่ง แต่ฝั่งผู้ร้องน่าจะเป็นแค่รองเลขาธิการของผู้ตรวจการแผ่นดินมานั่งฟังอยู่คนเดียว ผู้ร้องผู้อื่นอยู่ไหน และมีการนัดไต่สวนไหม ศาลจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ประชาชน โดยให้โอกาสไต่สวนของทั้งสองฝั่ง เพื่อให้ประชาชนเกิดความน่าเชื่อถือว่าศาลได้ฟังความอย่างครบถ้วน
4.เมื่อวานนี้ (26 ส.ค.69) ศาลอนุญาตให้บุคคลที่ไม่ใช่พยานเข้าฟังจำนวนหนึ่ง มีประธาน กกต.มารับฟัง ซึ่งเป็นเจ้านายของคนที่ถูกไต่สวนมานั่งฟัง ตั้งข้อสังเกตง่ายๆว่า
“ถ้าผมเป็นลูกน้องแล้วหัวหน้าอยู่ในห้องไต่สวนด้วย ศาลถามอะไรมา สมมติถามว่าบาร์โค้ดเจ้าหน้าที่ริเริ่มเอง หรือโรงพิมพ์ริเริ่ม ถ้ามาจาก กกต.คนใดคนหนึ่งเป็นคนสั่งให้มีการทำบาร์โค้ด ผมต้องเหลือบมองแล้วเหลือบมองอีก ว่า เจ้านายจะว่าอย่างไร เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์เป็นจริงอย่างไร สมมติว่าคำสั่งพิมพ์บาร์โค้ด เป็นการเฉพาะเจาะจงมาจาก กกต.ผมก็ไม่กล้าพูดหรอก”
“แต่ขณะที่ ดร.เรือบิน หรือ ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Big Data จะทำ จม.ขอเข้าฟัง ไม่ได้เข้า ทั้งหมดเราวิจารณ์โดยสุจริตเพื่อให้กระบวนการไต่สวน ในการวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นที่ยอมรับของประชาชน ถ้าทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่มีสิ่งเคลือบแคลงสงสัย ผลของการวินิจฉัยนั้นจะเป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่เพียงศาลจะมีคำวินิจฉัย แต่ต้องสร้างความรู้สึกของสังคมให้รู้สึกว่า องค์กรตัดสินโดยหลักการที่ถูกต้อง มีหลักฐานน่าเชื่อถือ มีกระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรมจากทุกฝ่าย ผมให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ” นายสมชัย กล่าว