ซึ่งตนได้ถามนายนภินทร ว่ารู้จักกับคนที่มาเป็น สว.ในจังหวัดราชบุรีหรือไม่ นายนภินทรบอกว่ารู้จัก 2 คน คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมที่ อ.บ้านโป่ง อีกคนหนึ่ง คอยช่วยเหลือเกี่ยวกับเกษตรกร สิ่งที่ตนสงสัยคือ ทำไมนายนภินทรไม่พูดตรงๆว่ารู้จักสองคนนี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะนายสัมพันธ์ ที่เคยเป็นที่ปรึกษาของตลาดศรีเมือง ซึ่งนายนภินทรเป็นเจ้าของ ทำให้มองว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายนภินทร
และสุดท้าย ที่ตนถามว่ามีผู้สมัคร สว. คนไหนไปอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ในห้วงเวลาเดียวกับที่มีเหตุการณ์ในห้องทำงานรัฐมนตรี แต่นายนภินทรกลับตัดบท บอกว่าคนมากระทรวงพาณิชย์เป็น 4-5 พันคนจะเกี่ยวข้องอะไรกับตน เมื่อตนไปเจาะลึกข้อมูลเพิ่มเติม ก็พบว่าไม่ใช่แค่ผู้สมัคร สว.ที่ไหน ที่มีหลักฐานว่าไปปรากฏตัวที่กระทรวงพาณิชย์ในวันเดียวกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องทำงาน แต่เป็นสองคนนี้ คือ 1.สว.ภาวนา จ.ราชบุรี ที่นายนภินทรยอมรับว่ารู้จัก และ สว.วราภัสร์ จ.เพชรบุรี ที่ปรากฏชื่อในโพยใบสั่งแทบจะทุกใบ ตนขอถามไปยัง สว. 2 คนนี้ว่าวันดังกล่าวไปทำอะไรที่กระทรวงพาณิชย์
นายพริษฐ์ กล่าวย้ำว่า ที่ตนระบุมานั้นไม่ใช่จะชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่เพื่อจะบอกว่าหลักฐานทั้งหมดเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ข้อมูลจริงๆตนอยากจะไปเปิดที่โรงแรมพูลแมน แต่เมื่อต้องย้ายสถานที่ไม่เป็นไรก็ได้เปิดเผยอยู่ดี เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าหลักฐานในมือกกต.จะแน่นขนาดไหน ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ยินมาเยอะในเรื่องที่เกี่ยวกับโรงแรมพูลแมน ซึ่งหนึ่งในข้อมูลที่เราได้รับมาเกี่ยวกับพิกัดโทรศัพท์ ที่การโทรเข้าโทรออกของบุคคลนั้นระบุได้ว่าอยู่บริเวณไหน มีข้อมูลว่ามี สว.จำนวน 40 คนที่ปรากฏพิกัดโทรศัพท์อยู่ในบริเวณโรงแรมพูลแมนในวันที่ 21 ก.ค.67 ซึ่ง 40 ชื่อนี้ อยู่ใน 229 คนที่คณะกรรมการชุดที่ 26 สั่งฟ้อง นี่คือหลักฐานที่น่าจะอยู่ในมือของ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว
อย่างที่ตนย้ำว่า เราเอาจิ๊กซอว์แต่ละชิ้นมารวมกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าตกลงแล้วกระบวนการโกง สว.มีอยู่จริงหรือไม่ และเชื่อว่า ถ้าหน่วยงานมีหลักฐานนี้อยู่ในมือก็เชื่อว่าหลักฐานเพียงพอให้ กกต. ตัดสินใจสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาไปที่ศาล
จากนั้น น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ พรรคประชาชน กล่าวถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่าง สว.อุทัยธานี กับนักการเมืองดัง ซึ่งหลังจากที่ไปหาข้อมูล พบความสัมพันธ์ทั้งบุคคลที่เป็นผู้ช่วย ประวัติการทำงาน รวมถึงประวัติการโทรศัพท์ โดยมีการอ้างถึง สว.อุทัยธานี 4 คน เริ่มจากนายอลงกต วรกี สว. ซึ่งเป็นอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี โดยปรากฏว่ามีประวัติการโทรศัพท์ 31 ครั้ง กับนักการเมืองคนดังกล่าว และมีประวัติการโทรศัพท์ 3 ครั้ง กับ สส.อุทัยธานี พรรคน้ำเงิน
ยืนยันว่า การปรากฏประวัติโทรศัพท์ระหว่างการเลือก สว. ไม่ได้มีความผิด แต่แสดงให้เห็นเครือข่ายความสัมพันธ์ และตั้งคำถามถึงบุคคลที่มีบทบาทสำคัญ เช่น รัฐมนตรี ทั้งนี้ นายอลงกต มีอดีตผู้ช่วยดำเนินการ ที่ปรากฏชัดว่ามีความสนิทสนมกับคณะทำงานของนักการเมืองรายนี้
อีกบุคคลหนึ่งที่เป็น สว. และมีความสัมพันธ์กับนักการเมืองอุทัยฯ คือ นายสุทนต์ สว. ซึ่งพบว่า มีประวัติการโทรศัพท์กัน 7 ครั้ง และมีอีก 1 สายที่โทรคุยกับบ้านใหญ่
นอกจากนี้ นายสุทนต์ มีประวัติเป็นเพื่อนร่วมรุ่นหลักสูตร นยปส. รุ่นที่ 13 บุคคลต่อมา คือ น.ส.สายฝน สว. ซึ่งมีผู้ชำนาญการ ที่คาดว่าเป็นเพื่อนกับบุคคลลงสมัคร สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย เพราะเคยมีการโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ไม่เชียร์เพื่อนจะเชียร์ใคร ซึ่งผู้สมัครคนดังกล่าวก่อนที่จะได้รับเลือกเป็น สส. ก็เคยเป็นคณะทำงานผู้ชำนาญการของนักการเมืองชื่อดังรายนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลประวัติการโทรศัพท์ระหว่าง สว.สายฝน กับนักการเมือง 1 ครั้ง
คนถัดมาคือนายวันชัย สว. ถึงแม้ว่าจะไม่มีประวัติการโทรศัพท์ แต่อดีตผู้เชี่ยวชาญของ สว.วันชัย ก็เคยเป็นคณะทำงานของของนักการเมืองในปัจจุบันมาก่อน
น.ส.พนิดา กล่าวอีกว่า ในเอกสารบางชิ้น พบว่า รายการบุคคลที่ได้เป็น สว. ในจังหวัดอุทัยธานี และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เคยไปร่วมอยู่ในสถานที่ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นที่จัดทำโพยที่คลองสวนพลู รีสอร์ท จ.อยุธยา ก่อนที่จะถึงการเลือก สว. ระดับประเทศ ซึ่งเข้าใจว่าเจ้าของสถานที่ดังกล่าว มีความใกล้ชิดเป็นอย่างมากกับนายกฯ และกลุ่มพรรคการเมือง พรรคภูมิใจไทย
“มีพยานบางคนยืนยันว่าให้ข้อมูลว่านายอลงกต ได้พูดในงานดังกล่าวระหว่างที่มีการจัดทำโพย ว่า เรามารวมตัวกันจะมีคนผิดหวัง และสมหวัง หากผู้ใดผิดหวังจะหาตำแหน่งให้ และจะมีทีมงานมาดำเนินการว่าเราจะดำเนินการอย่างไร ขอให้เราเชื่อ” น.ส.พนิดา กล่าว
น.ส.พนิดา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีข้อมูลปรากฏว่า หลังจากการประชุมจัดทำโพย ได้มีการแจกเงินสดให้กับผู้เข้าร่วม คนละ 20,000 บาท พร้อมแจ้งว่าหากผลคะแนนเป็นไปตามโพย ก็จะได้รับเพิ่มอีก 80,000 บาท และหากสามารถทำให้มีผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็น สว. เกิน 120 คน จะได้อีกคนละ 100,000 บาท