เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดมือขวาคนสำคัญ เดินงานทางลับให้ “ผู้ใหญ่เฮง” แก๊งสินบนสอบท้องถิ่น

28 ส.ค. 2569 | titayu_pur

เปิดมือขวาคนสำคัญ เดินงานทางลับให้ “ผู้ใหญ่เฮง” แก๊งสินบนสอบท้องถิ่น

เปิดมือขวาคนสำคัญ เดินงานทางลับให้ “ผู้ใหญ่เฮง” แก๊งสินบนสอบท้องถิ่น จากทรงเอสู่ชีวิตสุดแกลม สุดลักชู ขณะที่ “บิ๊กเต่า” เดินหน้าขยายผลมั่นใจเอาผิดไปถึงผู้บริหารระดับสูงได้แน่นอน

เปิดมือขวาคนสำคัญ เดินงานทางลับให้ “ผู้ใหญ่เฮง” แก๊งสินบนสอบท้องถิ่น จากทรงเอสู่ชีวิตสุดแกลม สุดลักชู ขณะที่ “บิ๊กเต่า” เดินหน้าขยายผลมั่นใจเอาผิดไปถึงผู้บริหารระดับสูงได้แน่นอน

KEY

POINTS

  • "บิ๊กเต่า" ขยายผลคดีโกงสอบท้องถิ่นหลังสอบปากคำ "นายกเฮง" แม้ปฏิเสธแต่ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ นัดชี้แจงหลักฐานเพิ่ม 8 ก.ย. นี้
     
  • ตรวจสอบเชิงลึกพบเหยื่อเกิน 100 ราย โดยมี 57 รายจ่ายเงินได้ตำแหน่งจริง และอีกกว่า 40 รายจ่ายเงินแล้วไม่ได้ทั้งเงินคืนและไม่ได้ตำแหน่ง
     
  • ตำรวจ บก.ปปป. แท็กทีม ป.ป.ช. เร่งทำสำนวน ยันสาวถึงผู้บริหารระดับสูงแน่นอน พร้อมเตรียมสั่งให้ออกจากราชการกลุ่มที่ใช้เส้นสายบรรจุแล้ว

28 สิงหาคม 2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ บิ๊กเต่า แถลงขยายผลคดี โกงสอบท้องถิ่น หลังจับกุม ผู้ใหญ่เฮง อดีตผู้สมัคร สส. และพวกที่ จ.ศรีสะเกษ โดยพบขบวนการเรียกรับ สินบนสอบท้องถิ่น มีผู้เสียหายหลงเชื่อพุ่งเกิน 100 ราย มูลค่าความเสียหายมหาศาล กระจายอยู่หลายจังหวัดทั่วประเทศ พนักงานสอบสวนเตรียมสาวถึงผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการที่ใช้เส้นสายบรรจุจริง พร้อมประสาน ป.ป.ช. รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว


ที่ บก.ปปป. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยรายละเอียดหลังการจับกุมและสอบปากคำ นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ ผู้ใหญ่เฮง” อดีตผู้สมัคร สส. และ นางนวพร เจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ โดยระบุว่า ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งนายประวิทย์ยังให้การภาคเสธ แต่ก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยข้อมูลบางส่วนเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลเชื่อมโยง ไปยังกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยพนักงานสอบสวนได้นัดหมายผู้ต้องหามาให้การเพิ่มเติม และนำหลักฐานมาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 8 กันยายนนี้

 

สำหรับแนวทางการสอบสวนพบว่า รูปแบบขบวนการนี้มีการทำงานที่เป็นระบบ โดยมีแผนประทุษกรรมคล้ายกัน มีพฤติการณ์เปิดรับโควตา ผู้ที่อยากรับราชการส่งขึ้นไปเป็นเส้นสาย ซึ่งพบว่ามีลักษณะเช่นนี้กระจายอยู่หลายจังหวัด

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

 

ส่วนกรณีที่ทำไมถึงให้ประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากคดีที่จังหวัดศรีสะเกษ มีผู้เสียหายมาร้องเรียนเบื้องต้นเพียง 1 คน มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 650,000 บาท ซึ่งตามข้อกฎหมายหากไม่ให้ประกันตัว จะมีเวลาควบคุมตัวทำสำนวนเพียง 48 วัน แต่หากปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนจะมีเวลาทำงานถึง 6 เดือน ทำให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น อีกทั้งในทางกฎหมาย ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ที่มีสิทธิ์ประกันตัวเพื่อไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม


และจากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า มีผู้เสียหายที่ไปแจ้งความตามโรงพักต่าง ๆ อีกกว่า 40 คน และเมื่อรวมข้อมูลทั้งหมดคาดว่า มีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 100 คน ในจำนวนนั้นมี 57 คน ที่จ่ายเงินและได้ตำแหน่ง ส่วนอีกกว่า 40 คน เป็นกลุ่มที่จ่ายเงินไปแล้ว แต่ไม่ได้เงินคืนและไม่ได้ตำแหน่ง ซึ่งผู้เสียหายกลุ่มนี้ให้การว่า ได้นำเงินสดไปมอบให้ผู้ใหญ่เฮง

ส่วนขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีทุจริตเกี่ยวกับการรับราชการ สำนวนใหญ่จะอยู่ในอำนาจการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งปัจจุบัน ป.ป.ช. ได้แต่งตั้ง พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) และ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ร่วมเป็นคณะไต่สวนด้วย ทำให้การประสานข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว

 

สำหรับผู้เสียหายที่ต้องการความรวดเร็ว สามารถเดินทางมาร้องเรียนกับตำรวจ บก.ปปป. หรือ บก.ป. ได้ทันที โดยตำรวจจะทำคดีคู่ขนานควบคู่ไปกับ ป.ป.ช.

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า การทำงานของ ป.ป.ช. จะสามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ ซึ่งเชื่อมั่นว่า คดีนี้จะสามารถขยายผลไปถึงผู้บริหารระดับสูงได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังเตรียมขยายผลไปยังตัวละครใหม่ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์


ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มของ นายพิชิต หนึ่งในผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น ที่เคยถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ โดยไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะเป็นข้อมูลทางการสืบสวน สำหรับกลุ่มบุคคลที่ใช้เส้นสาย จนได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการไปแล้ว ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าใครเป็นใคร และอยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังดำเนินการให้ลาออกหรือสั่งให้ออกจากราชการ และยืนยันอีกว่าคดีนี้ไม่มีแรงกดดัน หรือการแทรกแซงทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ตำรวจดำเนินการไปตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา

 

เปิดเครือข่าย “ผู้ใหญ่เฮง” มือขวาคนสำคัญ คอยขับเคลื่อนงานด้านทางลับ  จากโจ๋ทรงเอสู่ชีวิตติดแกลม สุดลักชู

 

มีรายงานเกี่ยวกับเครือข่ายของผู้ใหญ่เฮง พบว่า มีอาคาร สิ่งปลูกสร้าง บนบ้าน 2 หลังซึ่งดัดแปลงรวบเป็นหลังเดียวกัน มีการต่อเติมตัวบ้านทำแบบโมเดิร์น เพื่อใช้ในการทำธุรกิจหลายอย่าง และเป็นที่อยู่อาศัยของเครือข่ายผู้ใหญ่เฮงรายหนึ่ง โดยบุคคลนี้ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับช่วงการสอบท้องถิ่นพอดี มีการใช้รถหรูไม่ต่ำกว่า 5 คัน ใช้เงินฟุ่มเฟือย หาที่มาของเงินแทบไม่เจอ ซึ่งไม่ทราบที่มาที่ไปของเงิน


หากตรวจสอบลึกๆ ลงไปจะพบความเชื่อมโยง ที่นำไปสู่กุญแจสำคัญ จัดตั้งบริษัท เป็นที่ฟอกเงิน ฟอกขาว แต่เสียดายไม่รอดพ้นสายตาชาวบ้าน เพราะการดำเนินธุรกิจเป็นการร่ำรวยอย่างรวดเร็ว อย่างก้าวกระโดด จนผิดหูผิดตาคนรอบข้าง อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องอาคาร การต่อเติมที่ผิดประเภท ซึ่งเทศบาลตำบลเป็นโจทก์ ในการสั่งให้รื้อถอนตัวอาคาร เนื่องจากมีการสร้างผิดแบบตามวัตถุประสงค์ ของโครงการบ้านที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ และมีคำสั่งให้รื้อถอนแล้ว


เปิดมือขวาคนสำคัญ เดินงานทางลับให้ “ผู้ใหญ่เฮง” แก๊งสินบนสอบท้องถิ่น

เปิดมือขวาคนสำคัญ เดินงานทางลับให้ “ผู้ใหญ่เฮง” แก๊งสินบนสอบท้องถิ่น
 


การวางตัวกร่าง ถือว่ามีเงิน ร่ำรวย จะทำอะไรใครก็ได้ บุคคลนี้ทำตัวรวยแบบก้าวกระโดด และยังพบว่า มีการขนย้ายเครื่องจักร เครื่องพิมพ์ป้ายขนาดใหญ่ ออกจากอาคารไปแล้วด้วย ทีม CIB ควรเข้ามาตรวจสอบ เพราะเป็นเครือข่ายของผู้ใหญ่เฮง ที่เป็นแหล่งระบายเงิน ฟอกเงินนั่นเอง

 


เปิดมือขวาคนสำคัญ เดินงานทางลับให้ “ผู้ใหญ่เฮง” แก๊งสินบนสอบท้องถิ่น  

เปิดมือขวาคนสำคัญ เดินงานทางลับให้ “ผู้ใหญ่เฮง” แก๊งสินบนสอบท้องถิ่น

เปิดมือขวาคนสำคัญ เดินงานทางลับให้ “ผู้ใหญ่เฮง” แก๊งสินบนสอบท้องถิ่น  


เปิดมือขวาคนสำคัญ เดินงานทางลับให้ “ผู้ใหญ่เฮง” แก๊งสินบนสอบท้องถิ่น

 

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด