เนชั่นทีวี

ข่าว

“ณัฐพงษ์” ชี้ประเทศดีแค่คนดีไม่พอ ต้องแก้การเมือง-องค์กรอิสระ

15 ส.ค. 2569 | titayu_pur

“ณัฐพงษ์” ชี้ประเทศดีแค่คนดีไม่พอ ต้องแก้การเมือง-องค์กรอิสระ

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านฯ เปิดเวทีพบประชาชน อยุธยา ชี้ปัญหาประเทศเกิดจากการเมือง ยันแค่คนดีไม่พอ ต้องปฏิรูปโครงสร้าง องค์กรอิสระ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านฯ เปิดเวทีพบประชาชน อยุธยา ชี้ปัญหาประเทศเกิดจากการเมือง ยันแค่คนดีไม่พอ ต้องปฏิรูปโครงสร้าง องค์กรอิสระ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล

KEY

POINTS

  • ชี้ต้นตอปัญหาประเทศเกิดจากการเมือง: ณัฐพงษ์ ย้ำคนดีอย่างเดียวไม่เพียงพอสร้างประเทศ แต่ต้องแก้กติการัฐธรรมนูญและสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลที่เข้มแข็ง
     
  • ตั้งคำถามความเป็นอิสระขององค์กรอิสระ: สะท้อนความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีที่มาจาก สว. ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน
     
  • เปิดเวทีถกปฏิรูปสถาบันการเมือง: พรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมเสวนาทางออกประเทศ ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องสถานที่จัดงานและประเด็นร้องเรียนการฮั้วเลือก สว.

15 สิงหาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดโครงการพบประชาชน ณ จ.พระนครศรีอยุธยา ชี้ปัญหาประเทศมีจุดเริ่มต้นจากการเมืองและอำนาจรัฐที่ไม่เห็นหัวประชาชน โดยย้ำบนเวทีเสวนาว่า การสร้างประเทศที่ดีไม่อาจสำเร็จได้ด้วยคนดีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเร่งเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระขององค์กรอิสระ และที่มาของ สว.ที่ขาดความยึดโยงกับประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการคืนธรรมาภิบาลให้แก่ระบบการเมืองไทย


นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า ปัญหาที่เป็นแก่นของประเทศมีจุดเริ่มต้นมาจากการเมือง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภายในหรือภายนอก หากประเทศไทยมีความเข้มแข็งจากภายใน ก็จะพร้อมรับความท้าทายทุกฉากทัศน์ที่เกิดขึ้น


พร้อมยกตัวอย่างข่าวในช่วง 8 วันที่ผ่านมา ทั้งเหตุกราดยิง การสังหารนายก อบจ.นนทบุรี นายกรัฐมนตรีโพสต์เปรยเรื่องการวิ่งชนกำแพง การตรวจสอบ TH-AI Passport กรณีพ่อทิพย์-แม่ทิพย์ทุนจีน และแชทไลน์หลุดช่วยน้ำเงิน ซึ่งทั้งหมดสะท้อนถึงโจทย์เดียวกัน คือ อำนาจรัฐไม่เห็นหัวประชาชนและไม่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง แม้จะมีการเสนอเพิ่มโทษตามกฎหมายเพื่อแก้ปัญหา แต่ปัจจุบันยังมีนักการเมืองที่ไม่แยแสกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนยังใช้ช่องว่างของกฎหมายเรียกรับผลประโยชน์ ดังนั้น ประเทศไทยไม่ได้ขาดกฎหมาย แต่ขาดกลไกการบังคับใช้กฎหมายและการตรวจสอบถ่วงดุล 



นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงปัญหาภายนอก เช่น ทุนสีเทา สแกมเมอร์ และยาเสพติดว่า ปัญหาที่แท้จริงเกิดจากกลไกภายในรัฐที่อ่อนแอ หากตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ปัญหายาเสพติดจะเบาบางลง เช่นเดียวกับปัญหาทุนสีเทา ซึ่งตัวแทนทูตประเทศต่าง ๆ พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ปัญหายังวนกลับมาที่การบังคับใช้กฎหมาย เช่น กรณีกลุ่มนอมินีที่เอื้อประโยชน์ ดังนั้น คนในประเทศจะต้องลงมือจัดการด้วยตนเองโดยใช้ระบบตรวจสอบและธรรมาภิบาล


ส่วนความเชื่อมั่นต่อการตรวจสอบถ่วงดุลขององค์กรอิสระนั้น นายณัฐพงษ์ตั้งคำถามว่า ประชาชนยังสามารถเชื่อมั่นกลไกการตรวจสอบขององค์กรอิสระได้หรือไม่ พร้อมยกตัวอย่างกรณี ป.ป.ช. ยกคำร้องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งฝ่ายค้านได้ยื่นคำร้องถึงประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ประธานรัฐสภาก็เป็นกลุ่มเดียวกัน

 

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีกระบวนการเรียกพยานให้ความเห็นในประเด็นบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ประชาชนจะเชื่อมั่นในกระบวนการได้อย่างไร ในเมื่อตุลาการฯ ที่มาจากการเลือก สว. ยังมีประเด็นเรื่องการฮั้ว สว. ซึ่งทำให้สังคมตั้งคำถามถึงที่มาขององค์กรอิสระว่ามีความเป็นอิสระจริงหรือไม่ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ให้ สว. เป็นผู้เลือก แต่ปัจจุบัน สว. ก็ยังมีที่มาที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน


นายณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนไม่เชื่อว่าจะสามารถสร้างประเทศที่ดีได้ด้วยคนดีเพียงอย่างเดียว ตราบใดที่กติการัฐธรรมนูญยังเปิดช่องให้คนโกงเข้ามาได้โดยไม่มีกลไกถ่วงดุลตรวจสอบ ไม่ว่าจะมีคนดีกี่คน ปัญหาต่าง ๆ ก็ยังคงอยู่ มีเพียงการเปลี่ยนคน เปลี่ยนพรรค หรือเปลี่ยนสี ดังนั้น สุดท้ายจะต้องกลับมาแก้ไขระบบการเมืองให้มีกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลที่เข้มแข็ง

 

ทั้งนี้ ในโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังมีเวทีเสวนา “ปัญหาและแนวทางปฏิรูปสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล” โดยมีนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ, พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ร่วมเวที โดยไม่มีตัวแทน สส. หรือสมาชิกพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็น 1 ในพรรคการเมืองฝ่ายค้านมาร่วมเวทีด้วย

 

อย่างไรก็ตาม การจัดโครงการดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตว่า โรงแรมที่ใช้จัดงานมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว. ที่มีผู้สมัครมาเข้าพักและวางแผนร่วมกัน ซึ่งในการจัดโครงการยังมีการนำอดีตผู้สมัคร สว. ออกมาพูดคุยเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ที่ตนเองถูกชักชวนเข้าสู่กระบวนการฮั้วผ่านนายสมเจตน์ โดยการันตีว่าจะได้รับเลือกเป็น สว. แน่นอน รวมถึงการพบนักการเมืองบ้านใหญ่ และการลงนามในหนังสือลาออกจากการเป็น สว. ล่วงหน้า

ข่าวล่าสุด