เนชั่นทีวี

ข่าว

พิษนโยบายห้ามพกปืน! เจ้าหน้าที่รัฐ "กลุ่มเสี่ยง" โอดครวญ กระทบสุจริตชน "ป้องกันตัวไม่ได้" ไม่มีใคร "กล้าเตือน"

14 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

พิษนโยบายห้ามพกปืน! เจ้าหน้าที่รัฐ "กลุ่มเสี่ยง" โอดครวญ กระทบสุจริตชน "ป้องกันตัวไม่ได้" ไม่มีใคร "กล้าเตือน"

พิษนโยบายห้ามพกปืน! เจ้าหน้าที่รัฐ "กลุ่มเสี่ยง" โอดครวญ กระทบสุจริตชน "ป้องกันตัวไม่ได้" กระซิบ "นายกฯ" พูดสับสน แต่ไม่มีใคร "กล้าเตือน" ปมแก้ใบ ป.4 ทุก 3 ปี ไม่ช่วยแก้ปัญหาปืนล้นประเทศ

พิษนโยบายห้ามพกปืน! เจ้าหน้าที่รัฐ "กลุ่มเสี่ยง" โอดครวญ กระทบสุจริตชน "ป้องกันตัวไม่ได้" กระซิบ "นายกฯ" พูดสับสน แต่ไม่มีใคร "กล้าเตือน" ปมแก้ใบ ป.4 ทุก 3 ปี ไม่ช่วยแก้ปัญหาปืนล้นประเทศ

KEY

POINTS

  • นโยบายห้ามพกปืนเด็ดขาดของนายกฯ กระทบเจ้าหน้าที่รัฐและสุจริตชน ไร้ทางป้องกันตัวยามฉุกเฉิน
  • ชี้มาตรการกำหนดอายุใบ ป.4 ทุก 3 ปี ไม่ช่วยแก้ปัญหาปืนเถื่อนและปืนค้างบ้านล้นประเทศได้จริง
  • วงในเผยเสียงสะท้อน นายกฯ สื่อสารนโยบายปืนสับสน ทำคนทำงานอึดอัดแต่ไม่มีใครกล้าท้วงติง
     

14 สิงหาคม 2569 มาตรการสุดเข้มงวดเกี่ยวกับ “อาวุธปืน” ตามที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศใช้อย่างต่อเนื่อง

โดยหวังจะให้เป็นมาตรการเด็ดขาดพุ่งเป้าไปที่บรรดาอาชญากรหรือผู้ก่อเหตุคลุ้มคลั่ง เพื่อปิดโอกาสไม่ให้สามารถก่อเหตุซ้ำได้อีกนั้น ปรากฏว่ามาตรการดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบสะท้อนกลับมายังรัฐบาลและตัวนายกรัฐมนตรีเสียเอง

 

 

 

เรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการสื่อสารหรือประเด็นการปกป้องตนเองจากเหตุบุกรุกบ้านเท่านั้น แต่ยังมีแนวคิดและแนวนโยบายอื่น ๆ ที่กำลังถูกตั้งคำถามอย่างกว้างขวาง โดยมีประเด็นสำคัญ

 

พิษนโยบายห้ามพกปืน! เจ้าหน้าที่รัฐ "กลุ่มเสี่ยง" โอดครวญ กระทบสุจริตชน "ป้องกันตัวไม่ได้" ไม่มีใคร "กล้าเตือน"

 

 

 

 

1. การห้ามออกใบอนุญาตพกพา (ป.12) ต่อเนื่องยาวนาน

มาตรการดังกล่าวเป็นการต่อเวลาการห้ามพกพาต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่มีใบอนุญาตพกพาเดิม เนื่องจากใบอนุญาตชนิดนี้มีอายุเพียง 1 ปี เมื่อรัฐบาลไม่อนุญาตให้ต่ออายุ จึงเท่ากับว่าในปัจจุบันไม่มีใครสามารถพกปืนได้อย่างถูกกฎหมาย แม้จะมีใบ ป.12 เดิมก็ตาม

กลุ่มที่ได้รับการยกเว้นมีเพียงเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่และต้องพกพาขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น เช่น ตำรวจชุดสืบหารปราบปราม ทว่าในทางปฏิบัติกลับสร้างความไม่ชัดเจน เช่น กรณีตำรวจนอกเวลาราชการหรือเดินทางกลับบ้าน ซึ่งบางรายใช้ปืนสวัสดิการส่วนตัวเนื่องจากปืนหลวงไม่เพียงพอ หากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างทางและต้องเข้าระงับเหตุตามหลักกฎหมายที่กำหนดให้ความเป็นตำรวจอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง นโยบายนี้จึงสร้างความสับสน

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐในกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ เช่น อัยการ ผู้พิพากษา หรือทหารพรานจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จำเป็นต้องมีอาวุธไว้ป้องกันตัวจากความเสี่ยงในการถูกแก้แค้น ก็ไม่สามารถพกพาได้เลย แม้จะมีอาวุธปืนอย่างถูกกฎหมาย

ในขณะที่ประชาชนทั่วไปที่เคยได้รับใบ ป.12 ก็ไม่สามารถพกพาได้เช่นกัน ทั้งที่ไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายในการกระทำผิด

 

 

พิษนโยบายห้ามพกปืน! เจ้าหน้าที่รัฐ "กลุ่มเสี่ยง" โอดครวญ กระทบสุจริตชน "ป้องกันตัวไม่ได้" ไม่มีใคร "กล้าเตือน"

 

2. การกำหนดอายุใบ ป.4 ไม่ช่วยแก้ปัญหาปืนค้างบ้านและปืนล้นประเทศ

กรณีมีกระแสข่าวการแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เพื่อกำหนดให้อายุใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืน (ป.4) จากเดิมที่ไม่มีกำหนดอายุ ให้มีอายุคราวละ 3 ปี แหล่งข่าวซึ่งเป็นทีมกฎหมายและข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม ให้ความเห็นว่า จะต้องมีการอธิบายรายละเอียดให้ชัดเจน เนื่องจากหลักกฎหมายไทยไม่สามารถบังคับย้อนหลังในทางที่เป็นโทษหรือกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ที่ได้รับใบ ป.4 ไปแล้วได้ อีกทั้งการออกกฎหมายที่มีโทษทางอาญาสำหรับผู้ไม่มาต่ออายุ ยิ่งทำให้ไม่สามารถบังคับใช้ย้อนหลังได้เช่นกัน

มาตรการนี้จึงเทียบเคียงกับการเปลี่ยนผ่านใบขับขี่ตลอดชีพมาเป็นแบบมีอายุ 5 ปี ที่ไม่สามารถยกเลิกสิทธิเดิมของผู้ถือใบขับขี่ตลอดชีพได้ การแก้ไขกฎหมายลักษณะนี้จึงไม่สามารถแก้ปัญหาปืนตกค้างตามบ้านเรือนกว่า 6.7 ล้านกระบอกได้ หากปราศจากมาตรการทางปกครองอื่น ๆ เสริม เช่น การบังคับใช้ตู้เซฟเก็บปืนหรืออุปกรณ์ล็อกไก

 

 

3. สัญญาณนโยบายที่อาจส่งผลกระทบต่อสุจริตชน

แหล่งข่าวรายเดิมระบุ ด้วยว่า “คนในรัฐบาลที่รู้เรื่องกฎหมาย ทราบดีว่านายกฯ ให้สัมภาษณ์แบบสับสน และทำให้เกิดปัญหาตามมา แต่ไม่มีใครกล้าเตือน”  

การที่นายกฯ ส่งสัญญาณไม่ต้องการให้มีการพกปืนหรือใช้ปืนเลยแม้แต่ในกลุ่มสุจริตชนที่ต้องการมีไว้ป้องกันตัว

 

อาจทำให้สถานการณ์บ้านเมืองสะท้อนภาพว่ามีเพียงโจรหรือคนร้ายเท่านั้นที่มีอาวุธ เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้ใช้ปืนเถื่อนหรือปืนไทยประดิษฐ์โดยไม่สนใจกฎหมายอยู่แล้ว

นโยบายดังกล่าวจึงอาจเป็นการส่งสัญญาณคลาดเคลื่อน ทำให้สุจริตชนต้องใช้ชีวิตด้วยความเสี่ยง ขณะที่กลุ่มผู้จ้องกระทำผิดกลับเข้าถึงและก่ออาชญากรรมได้ง่ายขึ้น

 

 

 

ข่าวล่าสุด