1. การห้ามออกใบอนุญาตพกพา (ป.12) ต่อเนื่องยาวนาน
มาตรการดังกล่าวเป็นการต่อเวลาการห้ามพกพาต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่มีใบอนุญาตพกพาเดิม เนื่องจากใบอนุญาตชนิดนี้มีอายุเพียง 1 ปี เมื่อรัฐบาลไม่อนุญาตให้ต่ออายุ จึงเท่ากับว่าในปัจจุบันไม่มีใครสามารถพกปืนได้อย่างถูกกฎหมาย แม้จะมีใบ ป.12 เดิมก็ตาม
กลุ่มที่ได้รับการยกเว้นมีเพียงเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่และต้องพกพาขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น เช่น ตำรวจชุดสืบหารปราบปราม ทว่าในทางปฏิบัติกลับสร้างความไม่ชัดเจน เช่น กรณีตำรวจนอกเวลาราชการหรือเดินทางกลับบ้าน ซึ่งบางรายใช้ปืนสวัสดิการส่วนตัวเนื่องจากปืนหลวงไม่เพียงพอ หากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างทางและต้องเข้าระงับเหตุตามหลักกฎหมายที่กำหนดให้ความเป็นตำรวจอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง นโยบายนี้จึงสร้างความสับสน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐในกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ เช่น อัยการ ผู้พิพากษา หรือทหารพรานจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จำเป็นต้องมีอาวุธไว้ป้องกันตัวจากความเสี่ยงในการถูกแก้แค้น ก็ไม่สามารถพกพาได้เลย แม้จะมีอาวุธปืนอย่างถูกกฎหมาย
ในขณะที่ประชาชนทั่วไปที่เคยได้รับใบ ป.12 ก็ไม่สามารถพกพาได้เช่นกัน ทั้งที่ไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายในการกระทำผิด
2. การกำหนดอายุใบ ป.4 ไม่ช่วยแก้ปัญหาปืนค้างบ้านและปืนล้นประเทศ
กรณีมีกระแสข่าวการแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เพื่อกำหนดให้อายุใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืน (ป.4) จากเดิมที่ไม่มีกำหนดอายุ ให้มีอายุคราวละ 3 ปี แหล่งข่าวซึ่งเป็นทีมกฎหมายและข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม ให้ความเห็นว่า จะต้องมีการอธิบายรายละเอียดให้ชัดเจน เนื่องจากหลักกฎหมายไทยไม่สามารถบังคับย้อนหลังในทางที่เป็นโทษหรือกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ที่ได้รับใบ ป.4 ไปแล้วได้ อีกทั้งการออกกฎหมายที่มีโทษทางอาญาสำหรับผู้ไม่มาต่ออายุ ยิ่งทำให้ไม่สามารถบังคับใช้ย้อนหลังได้เช่นกัน
มาตรการนี้จึงเทียบเคียงกับการเปลี่ยนผ่านใบขับขี่ตลอดชีพมาเป็นแบบมีอายุ 5 ปี ที่ไม่สามารถยกเลิกสิทธิเดิมของผู้ถือใบขับขี่ตลอดชีพได้ การแก้ไขกฎหมายลักษณะนี้จึงไม่สามารถแก้ปัญหาปืนตกค้างตามบ้านเรือนกว่า 6.7 ล้านกระบอกได้ หากปราศจากมาตรการทางปกครองอื่น ๆ เสริม เช่น การบังคับใช้ตู้เซฟเก็บปืนหรืออุปกรณ์ล็อกไก
3. สัญญาณนโยบายที่อาจส่งผลกระทบต่อสุจริตชน
แหล่งข่าวรายเดิมระบุ ด้วยว่า “คนในรัฐบาลที่รู้เรื่องกฎหมาย ทราบดีว่านายกฯ ให้สัมภาษณ์แบบสับสน และทำให้เกิดปัญหาตามมา แต่ไม่มีใครกล้าเตือน”
การที่นายกฯ ส่งสัญญาณไม่ต้องการให้มีการพกปืนหรือใช้ปืนเลยแม้แต่ในกลุ่มสุจริตชนที่ต้องการมีไว้ป้องกันตัว
อาจทำให้สถานการณ์บ้านเมืองสะท้อนภาพว่ามีเพียงโจรหรือคนร้ายเท่านั้นที่มีอาวุธ เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้ใช้ปืนเถื่อนหรือปืนไทยประดิษฐ์โดยไม่สนใจกฎหมายอยู่แล้ว
นโยบายดังกล่าวจึงอาจเป็นการส่งสัญญาณคลาดเคลื่อน ทำให้สุจริตชนต้องใช้ชีวิตด้วยความเสี่ยง ขณะที่กลุ่มผู้จ้องกระทำผิดกลับเข้าถึงและก่ออาชญากรรมได้ง่ายขึ้น