เนชั่นทีวี

ข่าว

อนุทิน สั่ง มหาดไทย-ตำรวจ ลุยคุมเข้มปืน-ยาเสพติด ลั่นห้ามอ้างชื่อ

13 ส.ค. 2569 | titayu_pur

อนุทิน สั่ง มหาดไทย-ตำรวจ ลุยคุมเข้มปืน-ยาเสพติด ลั่นห้ามอ้างชื่อ

อนุทิน ชาญวีรกูล มอบนโยบาย มหาดไทย-ตำรวจ บูรณาการ One Data คุมเข้มอาวุธปืน ยาเสพติด และอาชญากรรม พร้อมย้ำห้ามแทรกแซงการทำงาน หากพบอ้างชื่อเคลียร์สั่งฟันทันที

อนุทิน ชาญวีรกูล มอบนโยบาย มหาดไทย-ตำรวจ บูรณาการ One Data คุมเข้มอาวุธปืน ยาเสพติด และอาชญากรรม พร้อมย้ำห้ามแทรกแซงการทำงาน หากพบอ้างชื่อเคลียร์สั่งฟันทันที

KEY

POINTS

  • บูรณาการ มหาไทย-ตำรวจ เป็น "คู่จิ้น": อนุทิน สั่งฝ่ายปกครองและตำรวจเร่งใช้ระบบ One Data เชื่อมข้อมูลแก้ปัญหาอาชญากรรม 9 ด้าน ยาเสพติด และความมั่นคงใน 90 วัน
     
  • ยกระดับคุมเข้มอาวุธปืนผิดกฎหมาย: เบรกการออกใบอนุญาต ป.3 และ ป.12 ต่อเนื่อง เลิกแจกปืนผู้ใหญ่บ้าน เน้นตั้งด่านตรวจค้นเข้มงวดเพื่อลดปริมาณปืนในประเทศ
     
  • ลั่นห้ามอ้างชื่อแทรกแซงเคลียร์คดี: ย้ำให้อิสระการทำงาน หากพบข้าราชการหรือรัฐมนตรีโทรเคลียร์ให้ "อัดเสียง" ไว้เป็นหลักฐานเพื่อเอาผิดขั้นเด็ดขาด

13 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาไทย มอบนโยบายคุมเข้มความมั่นคง ร่วมกับผู้บังคับบัญชาฝ่ายปกครองและ ตำรวจ ทั่วประเทศ เพื่อบูรณาการฐานข้อมูล One Data แก้ปัญหา ยาเสพติด และ คุมเข้มอาวุธปืน ผิดกฎหมาย รวมถึงอาชญากรรม 9 ด้าน ให้เห็นผลยั่งยืนภายในกรอบเวลา 90 วัน พร้อมสำทับเด็ดขาดห้ามแทรกแซงการทำงาน หากพบใครอ้างชื่อนายกฯ หรือมี รัฐมนตรี โทรสั่งเคลียร์คดี ให้เจ้าหน้าที่อัดเสียงไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการขั้นเด็ดขาด


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 1 โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ รวมถึงตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ 7 เข้าร่วม โดยนายกรัฐมนตรีมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า การประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก 2 เดือนที่ผ่านมาได้มีการจัดเวิร์กช็อปกัน ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรแต่ละจังหวัด


โดยมี 9 ประเด็นที่ต้องการให้เกิดความร่วมมือ คือ บุกรุกที่ดิน, อาชญากรรมไซเบอร์, นอมินี, การฟอกเงิน, ผู้มีอิทธิพล, อันธพาล, แก้ไขหนี้นอกระบบ, ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว, การจัดการเชื่อมโยงฐานข้อมูล และการป้องกันปราบปรามยาเสพติด

 

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับทุกคน ถ้าบริหารจัดการได้จะเกิดความสงบสุขและความมั่นคงในประเทศ  ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่วนเรื่องอื่นๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด จะต้องดำเนินการพิทักษ์สันติราษฎร์ บำบัดทุกข์บำรุงสุขตามปกติอยู่แล้ว 

 



นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้าวันนี้ออกไปทำโพลสอบถามประชาชน เรื่องนี้คงเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ และมีความกังวลเป็นลำดับต้นๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเกิดเหตุใดๆ ก็ตามย่อมเป็นความรับผิดชอบของรัฐโดยตรง สะท้อนถึงการดูแลประชาชนที่ไม่ทั่วถึงจนนำมาสู่ความกังวลของพวกเขา แต่ปัญหาความมั่นคงไม่ได้มาในรูปแบบเดิมๆ อาชญากรรมเกิดขึ้นได้ในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน และระดับชาติ ซึ่งปัจจัยที่นำไปสู่อาชญากรรมมีรูปแบบที่หลากหลาย อาชญากรบางประเภทมีเครือข่ายที่ซับซ้อน เราจึงต้องปรับตัวให้เท่าทัน และไม่สามารถทำงานแบบแยกส่วนกันได้ ตนเชื่อมั่นว่า ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดจับมือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายอำเภอจับมือกับผู้กำกับการ ปลัดอำเภอจับมือกับสารวัตร ปัญหาพื้นฐานต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและความสงบสุขจะเกิดขึ้นได้

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ตอนลงพื้นที่และได้เห็นความร่วมมือของ “คู่จิ้น คู่ดูโอ้” ซึ่งวันนี้มีคำว่า “คู่จิ้น” จะแยกขาดกันไม่ได้ในการสร้างความสงบสุขให้กับประเทศ ในเมื่อมีการบำบัดทุกข์บำรุงสุข มีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ทั้งหมดจึงต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานตามแนวทาง “บำบัดทุกข์บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด” ซึ่งงานของกระทรวงมหาดไทยและงานของตำรวจเป็นงานที่อยู่ใกล้ประชาชนและประชาชนต้องพึ่งพามากที่สุด


ดังนั้น สองหน่วยงานนี้ต้องเป็นทีมเดียวกัน หากทั้งสองส่วนเชื่อมกันได้อย่างไร้รอยต่อ จะทำให้มีทั้งข้อมูลของพื้นที่ กำลังคน และเครื่องมือในการจัดการปัญหา ตนจึงขอให้ทีมอำเภอใช้ข้อมูลเดียวกัน หรือ One Data เพื่อข้อมูลที่ตรงกัน ใช้งานได้อย่างสะดวก และป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดเหตุ พร้อมขอให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ต่อไปในกรอบเวลา 90 วัน ตามที่เคยกำหนดไว้ 




นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ช่วงที่ผ่านมาเรื่องอาวุธปืนที่ต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้ต้องเข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษ อย่าให้มีพฤติกรรมลอกเลียนแบบ และส่งผลให้เกิดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งในส่วนของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการไปแล้ว ช่วงนี้ถือว่าเราปิดระบบการออกใบอนุญาต ป.3 การซื้อขายครอบครองอาวุธปืนของคนทั่วไปจึงไม่มี รวมถึง ป.12 ไม่มีมา 3 ปีแล้ว

 

วันนี้ถ้าเดินไปไหนมาไหนเห็นคนพกปืน แบบนั้นคือผิดกฎหมาย ซึ่งอาวุธปืนเป็นสิ่งที่ร้ายแรง ถ้าผู้ใช้ไม่มีหน้าที่ในทางกฎหมาย ทั้งนี้ ปกติจะมีการมอบปืนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ถ้าต้องการให้อาวุธปืนลดลงทั่วประเทศ เพราะขณะนี้มีอาวุธปืนในประเทศไทยมี 10 กว่าล้านกระบอก เท่ากับประชากร 6-7 คน มีอาวุธปืน 1 กระบอก แบบนี้ไม่ไหว นี่มันแดนคาวบอยแล้ว ถ้าตัดเด็กตัดผู้สูงอายุออกไป เหลืออยู่แค่ 3-4 คน ที่มีอาวุธปืน 1 กระบอก แบบนี้ไม่ใช่บ้านเมืองที่จะมีความสงบสุขได้ แม้จะไม่เกิดเหตุอะไรก็ตาม แต่ก็เป็นบ้านเมืองที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ที่มีความร้ายแรงได้ตลอดเวลา

 

กรมการปกครองจึงเสนอว่า จะต้องมีการพิจารณาเรื่องของการมอบรางวัลให้ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ซึ่งถือเป็นอีกรูปแบบที่จะทำให้เกิดกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลสารทุกข์สุขดิบของประชาชนได้


นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในส่วนของตำรวจและฝ่ายปกครอง ช่วงนี้ขอให้มีการร่วมกันตั้งด่านตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติดเป็นหลัก ซึ่งด่านเหล่านี้ต้องมีความพร้อมและมีความเข้มข้น โดยที่เราต้องรักษาความปลอดภัยให้ตัวเองด้วย เพราะเรามุ่งเป้าอาวุธร้ายแรง ทำให้คนที่เราไปตรวจค้นอาจคิดต่อสู้ได้ จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวัง ขอให้เน้นการตรวจจับการพกพาอาวุธผิดกฎหมาย และดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ในส่วนของรัฐบาลกำลังมอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ทำการยกร่างสังคายนาออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยอาวุธปืนฉบับใหม่ขึ้น

 

“ขอให้ทุกท่านใช้หลักที่ผมเคยมอบหมาย คือมีความเป็นอิสระอย่างสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ ตามนโยบายปิดชื่อถือพฤติกรรม ไม่ต้องสนใจโทรศัพท์ใครที่โทรเข้ามา ถ้าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้บังคับบัญชาของท่านไม่ได้โทรมาก็ไม่ต้องปฏิบัติ เพราะไม่ใช่คำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผมไม่มีวันโทรอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าใครจะบอกว่าน้องพี่หนูหรือนี่นายกฯ ขอให้แน่ใจได้เลยว่านั่นตัวปลอม ตัวจริงจะไม่โทร โทรไม่ได้ ถ้าท่านอัดเสียงผมก็ตายแล้ว ผมไม่รักคนอื่นมากกว่าตัวเองหรอก ง่ายๆ แค่นี้เอง ถ้ามีคนโทรขอให้อัดเทปไว้ด้วยแล้วส่งมาให้ผม เรื่องแบบนี้ตรวจสอบไม่ยาก ถ้าเป็นเสียงคนใดคนหนึ่งในคณะรัฐมนตรีของผม พูดได้เลยว่านั่นคือวันสุดท้ายในการทำงานของเขา” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

นายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่า ไม่ต้องสนใจคำร้องขอใดๆ ในการร้องขอให้มีการช่วยเหลือผู้กระทำผิด แต่ต้องช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์และดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดและรุนแรง ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่และอาชญากรรมต่างๆ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า วันนี้ทุกท่านไม่ได้มารับมอบนโยบายอย่างเดียว แต่นายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทั้งหลาย ต้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกันวิเคราะห์ปัญหาด้วยความแม่นยำและบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา หากทำได้ครบเชื่อว่าประชาชนจะมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น รวมถึงจะมีความศรัทธาในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้นเช่นกัน ตนขอให้กำลังใจและขอเป็นกำลังใจพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวช่วงท้ายว่า สิ่งที่เกิดที่พัทยาที่เกิดขึ้นกับชาวรัสเซีย ตนไปลงพื้นที่จริงๆ พบว่าเขาไม่ใช่นักท่องเที่ยว แต่เป็นคนที่อยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว อาชญากรรมในประเทศไทยเกิดขึ้นในลักษณะเหมือนการปล้น การจี้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องแก้ไข ส่วนที่ยังน่าภาคภูมิใจคือนักท่องเที่ยวที่มาในประเทศไทยยังสามารถเดินช้อปปิ้งท่องเที่ยวได้ โดยในภาพรวมยังมีความปลอดภัย แต่สิ่งที่ไม่ปลอดภัยคือลักษณะของขโมย อันธพาล ปล้นจี้ พวกขี่มอเตอร์ไซค์สองคนปล้นจี้ไปซื้อยาบ้า ตรงนี้หากจะแก้ไขได้ก็ต้องมีข้อมูลที่ดี 



นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

ข่าวล่าสุด