เนชั่นทีวี

ข่าว

นักวิเคราะห์ติงไทย ไม่ควรต้อนรับผู้นำเมียนมาเอิกเกริก

07 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

นักวิเคราะห์ติงไทย ไม่ควรต้อนรับผู้นำเมียนมาเอิกเกริก

สื่อเมียนมารายงานอ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญตะวันตกว่า ประเทศไทยต้อนรับ "มิน อ่องหล่าย" เอิกเกริกเกินไป ในขณะที่เขายังมีสถานะ "ถูกคว่ำบาตร" จากนานาชาติ

สื่อเมียนมารายงานอ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญตะวันตกว่า ประเทศไทยต้อนรับ "มิน อ่องหล่าย" เอิกเกริกเกินไป ในขณะที่เขายังมีสถานะ "ถูกคว่ำบาตร" จากนานาชาติ

KEY

POINTS

  • สื่อนอกติงไทย: สื่อต่างชาติและนักวิเคราะห์ติงไทยต้อนรับ "มิน อ่องหล่าย" เอิกเกริก ทั้งที่ถูกคว่ำบาตรและมีคดีศาลโลก
  • เดินสายสร้างสถานะ: กูรูชี้ผู้นำเมียนมาเดินสายเยือน จีน อินเดีย ลาว ไทย เพื่อสร้างสถานะทางการทูต แม้ปฏิเสธฉันทามติ 5 ข้ออาเซียน
  • ไทยยันจำเป็น: รัฐบาลไทยชี้จำเป็นต้องเจรจา เหตุชายแดนยาวและต้องเร่งแก้ปัญหายาเสพติด-แก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ

7 สิงหาคม 2569 สื่อเมียนมา "อิระวดี" (The Irrawaddy) รายงานข่าวการเยือนประเทศไทยของพลเอก อาวุโสมิน อ่องหล่าย ในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ว่า เป็นการเยือนครั้งแรก นับตั้งแต่สถาปนาตนเองเป็นประธานาธิบดี โดยมีเป้าหมายเพื่อกลับเข้าสู่แวดวงการทูตอีกครั้ง และในทันทีที่เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ก็ได้รับการต้อนรับจากนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และปูพรมแดงต้อนรับอย่างเป็นทางการพร้อมทหารกองเกียรติยศจากนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ เขายังเข้าร่วมการประชุมทางธุรกิจ และงานเลี้ยงอาหารค่ำที่รัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพ โดยคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะลงนามในบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน

นักวิจารณ์ด้านการเมืองระหว่างประเทศ ลงความเห็นว่า ไทยไม่ควรต้อนรับผู้นำของเมียนมาอย่างเอิกเกริก เนื่องจากเขาถูกคว่ำบาตรจากหลายประเทศตะวันตก และเป็นที่ต้องการตัวของศาลอาญาระหว่างประเทศ ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

นักวิเคราะห์ติงไทย ไม่ควรต้อนรับผู้นำเมียนมาเอิกเกริก

บุคคลที่ถูกประณามจากนานาชาติ

ในฐานะนายพล ..... "มิน อ่องหล่าย" เป็นผู้นำการรัฐประหารในปี 2564 ที่โค่นล้มรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี ทำให้เกิดสงครามกลางเมือง ที่คาดว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100,000 คน เขาสถาปนาตนเองเป็นประธานาธิบดีของเมียนมา ในเดือนเมษายน หลังการเลือกตั้งที่จัดฉากขึ้น ซึ่งองค์กรเฝ้าระวังประชาธิปไตย และประเทศตะวันตก ต่างกล่าวว่าเป็นเรื่องหลอกลวงเพื่อฟอกภาพลักษณ์ของคณะรัฐบาลทหาร

รายงานระบุว่า ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย ได้เป็นแกนนำในการพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้กลับสู่ภาวะปกติ ทั้งในระดับทวิภาคีและผ่านกลไกของอาเซียน โดยแม้อาเซียนจะระงับการเชิญผู้นำเมียนมา เข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับสูง นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร แต่เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมากลับได้เข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการกับรัฐมนตรีต่างประเทศ จากชาติสมาชิกในภูมิภาคที่กรุงเทพฯ

นักวิเคราะห์ติงไทย ไม่ควรต้อนรับผู้นำเมียนมาเอิกเกริก

นับตั้งแต่สลัดเครื่องแบบทหารมาเป็นชุดพลเรือน พลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย ได้เดินหน้าภารกิจทางการทูตอย่างต่อเนื่อง โดยเดินทางไปเยือนอินเดีย จีน (ซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก) และลาว (ซึ่งเป็นสมาชิกอาเซียน) ในช่วงก่อนที่เขาจะเดินทางมากรุงเทพฯ นางอองซาน ซูจี ซึ่งยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ ได้รับอนุญาตให้พบผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดสากล (ICRC) เมื่อวันจันทร์ (3 สิงหาคม 69)

มอร์แกน ไมเคิลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสถานการณ์ในเมียนมา กล่าวว่า หากเมียนมาได้รับเชิญให้กลับเข้าร่วมอาเซียนอีกครั้ง สิ่งนี้จะช่วยเปิด "หนทางสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์กับนานาประเทศ รวมถึงชาติตะวันตกที่ยังคงต่อต้านรัฐบาลทหาร" แต่ในเมื่อเมียนมาได้รับการยอมรับจากทั้งอินเดีย จีน รัสเซีย และไทยอยู่แล้ว การกลับไปมีความสัมพันธ์กับกลุ่มอาเซียนอีกครั้ง จึงเป็นเพียงสิ่งที่ "มีไว้ก็ดี" (nice to have) มากกว่าจะเป็นเรื่อง "จำเป็นอย่างยิ่ง" 

เดวิด แมทธิสัน นักวิเคราะห์อิสระเกี่ยวกับเมียนมา ให้ความเห็นว่า ความพยายามของเมียนมาที่จะกลับเข้าสู่อาเซียนนั้น เป็นเรื่องของ "สถานะล้วนๆ" สำหรับ "มิน อ่องหล่าย" เขาปฏิเสธที่จะยอมรับและปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ของอาเซียน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งผ่านการเจรจากับทุกฝ่าย

ฉันทามติ 5 ข้อ (Five-Point Consensus) คือ ข้อตกลงร่วมกันของผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน เมื่อเดือนเมษายน 2564 เพื่อคลี่คลายและแก้ปัญหาความรุนแรงวิกฤตการณ์เมียนมา ได้แก่

  1. ยุติความรุนแรง : ทุกฝ่ายในเมียนมาต้องยุติการใช้ความรุนแรงในทันที และมีความอดกลั้นอย่างเต็มที่
  2. เริ่มเจรจา : ให้มีการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
  3. แต่งตั้งทูตพิเศษ : ให้ประธานอาเซียนแต่งตั้งทูตพิเศษเพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือการเจรจา
  4. ให้ความช่วยเหลือ : อาเซียนต้องมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ผ่านศูนย์ประสานงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของอาเซียน (AHA Centre)
  5. ส่งทูตพิเศษเยือนเมียนมา : ทูตพิเศษของอาเซียนต้องเดินทางไปเยือนเมียนมาเพื่อพบปะกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด


พลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย

แมทธิสัน ให้ความเห็นว่า "ในด้านหนึ่ง "มิน อ่องหล่าย" ต้องการให้คนมองว่าเป็นสมาชิกอาเซียนที่มีความรับผิดชอบ แต่ในขณะเดียวกันกลับปฏิเสธฉันทามติ 5 ข้อ อย่างสิ้นเชิง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งกัน" 

ความสัมพันธ์ที่กลับสู่ระดับปกติ

นักวิเคราะห์บางคน มองว่า ประเทศไทยมีเหตุผลที่จะต้องฟื้นฟูความสัมพันธ์ จากการที่การสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและกลุ่มกบฏต่างๆ ได้ลุกลามข้ามพรมแดนยาวกับประเทศไทย ซึ่งเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยจากเมียนมาหลายล้านคน 

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังต้องรับมือกับเครือข่ายมิจฉาชีพทางไซเบอร์ และผู้ค้ายาเสพติดผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดนที่เปราะบางของเมียนมาด้วย 

รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายสีหศักดิ์ด้วยว่า ประเทศไทยเชื่อว่าเมียนมา รวมถึงกัมพูชา สามารถ "ทำอะไรได้มากกว่านี้" ในการต่อสู้กับเครือข่ายมิจฉาชีพ และประเด็นนี้ จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือระหว่างการเยือน เขาบอกด้วยว่า ยินดีที่นางซูจีได้พบกับเจ้าหน้าที่ของกาชาดสากล โดยบอกว่า หวังว่าทางการเมียนมา "จะดำเนินการในเชิงบวกเพิ่มเติมเพื่อสันติภาพ และความมั่นคงที่ยั่งยืนในเมียนมา" 

การได้พบเจ้าหน้าที่ต่างประเทศครั้งก่อนหน้านี้ "เพียงครั้งเดียว" ของนางซูจี นับตั้งแต่ถูกควบคุมตัว เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในขณะนั้น คือ นายดอน ปรมัตถ์วินัย ได้พบกับเธอเป็นการส่วนตัวนานกว่าหนึ่งชั่วโมง

ข่าวล่าสุด