"รังสิมันต์" ซัดรับ "มิน อ่อง หล่าย" แก้สารพิษแม่น้ำกกไร้ผล
06 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"รังสิมันต์" เตือนรับ "มิน อ่อง หล่าย" แก้สารพิษแม่น้ำกกไร้ผล ชี้ "รัฐบาลทหารเมียนมา" คุม "กองกำลังว้า" ไม่ได้ หวั่นเปิดทำเนียบสร้างความชอบธรรมโดยไทยไม่ได้ประโยชน์
ข่าว
06 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"รังสิมันต์" เตือนรับ "มิน อ่อง หล่าย" แก้สารพิษแม่น้ำกกไร้ผล ชี้ "รัฐบาลทหารเมียนมา" คุม "กองกำลังว้า" ไม่ได้ หวั่นเปิดทำเนียบสร้างความชอบธรรมโดยไทยไม่ได้ประโยชน์
KEY
POINTS
6 สิงหาคม 2569 รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ตั้งคำถามรัฐบาลกรณีเปิดทำเนียบรับ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เพื่อเจรจาแก้ปัญหาชายแดน และวิกฤตสารพิษแม่น้ำกก โดยชี้ว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เนื่องจากพื้นที่ควบคุมจริงเป็นของกลุ่มว้า พร้อมเตือนการทูตลักษณะนี้อาจไร้ผล เป็นเพียงการแสดง และเป็นการสร้างความชอบธรรมให้เมียนมาโดยไทยไม่ได้ประโยชน์จริง
ที่อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมเปิดทำเนียบต้อนรับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อหารือปัญหาชายแดนและสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก โดยเห็นว่าควรแยกเป็นประเด็น ประเด็นแรกเรื่องสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก ซึ่งปัญหามาจากกองกำลังว้า ที่ไม่ฟังคำสั่งรัฐบาลทหารเมียนมา การมุ่งเจรจากับรัฐบาลทหารเมียนมาในเรื่องนี้ จึงอาจไม่ประสบความสำเร็จ
“สถานการณ์จริงทุกคนทราบดี แต่กลับทำเป็นละคร การเจรจากับรัฐบาลทหารเมียนมา สิ่งที่ต้องเพิ่มมาตรการคือการกำหนดท่าทีต่อกองกำลังว้าให้ชัดเจน ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาอาชญากรรม ทั้งสแกมเมอร์ ยาเสพติด ค้ามนุษย์ และสารพิษ ซึ่งกลุ่มกองกำลังดังกล่าวไม่ต่างจากกลุ่มก่อการร้าย” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ดำเนินการอยู่เสมือนการแสดง และอาจเป็นการสร้างความชอบธรรม ให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา ส่วนประเด็นที่สอง เรื่องฉันทามติ 5 ข้อ โดยเฉพาะการหยุดยิง ซึ่งรัฐบาลทหารเมียนมาแสดงท่าทีชัดเจนว่า จะไม่ปฏิบัติตาม คำถามคือรัฐบาลไทยจะยอมให้ฉันทามติ 5 ข้อไร้ความหมายใช่หรือไม่ ซึ่ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องเป็นผู้ตอบคำถามนี้
หากรัฐบาลทหารเมียนมาไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ ประเทศไทยควรวางท่าทีอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่นักการทูตและรัฐบาลไทย ต้องพิจารณาโดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ แต่ตนไม่มั่นใจว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ เป็นผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างแท้จริงหรือไม่