เขายังถูกห้ามเข้าร่วมการประชุมของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เนื่องจากเขาไม่ยอมปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ที่เขาและชาติสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ได้ลงนามร่วมกันไว้เมื่อปี 2564 ที่กำหนดให้กองทัพเมียนมา ต้องลดระดับความรุนแรงและเริ่มกระบวนการเจรจากับกลุ่มฝ่ายตรงข้าม
ประเทศสมาชิกอาเซียนบางประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ต้องการเห็นกองทัพเมียนมา ผ่อนปรนท่าทีและยอมอ่อนข้อมากขึ้น เพื่อบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรม และยุติสงครามกลางเมือง ก่อนที่จะมีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับประเทศไทย กำลังดำเนินแนวทางที่เรียกว่า "การกลับมามีปฏิสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป และเหมาะสมกับสถานการณ์" (calibrated re-engagement) กับรัฐบาลเมียนมา โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากทั้งสองประเทศมีพรมแดนติดกันเป็นระยะทางถึง 2,400 กิโลเมตร จึงจำเป็นต้องมีการหารือกันในระดับสูงสุดของรัฐบาล เพื่อจัดการกับปัญหาต่างๆ เช่น อาชญากรรมข้ามชาติ
ความเคลื่อนไหวทางการทูตของไทยในสัปดาห์นี้ ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โดยมิน อ่อง หล่าย ได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ จากนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ของไทยทั้งยังมีกำหนดเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ พบปะกับผู้นำรัฐสภาไทยทั้งสองสภา และเป็นประธานในงานเสวนาทางธุรกิจไทย-เมียนมา เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองประเทศ