เนชั่นทีวี

ข่าว

"โทน บางแค" ยิ้มสู้ ปอศ.คุมสอบ ลั่นไม่หนี ยิ่งตรวจยิ่งสง่างาม

06 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"โทน บางแค" ยิ้มสู้ ปอศ.คุมสอบ ลั่นไม่หนี ยิ่งตรวจยิ่งสง่างาม

ตำรวจ บก.ปอศ.ควบคุมตัว “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง สอบปากคำหลังค้นบ้านและบริษัท ยินดีเข้าสู่กระบวนการ ยันไม่ได้หนี ยิ่งถูกตรวจสอบยิ่งสง่างาม

ตำรวจ บก.ปอศ.ควบคุมตัว “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง สอบปากคำหลังค้นบ้านและบริษัท ยินดีเข้าสู่กระบวนการ ยันไม่ได้หนี ยิ่งถูกตรวจสอบยิ่งสง่างาม

KEY

POINTS

  • ปอศ. บุกค้น 2 จุด: ตำรวจ บก.ปอศ. นำกำลังเข้าค้นบ้านพักและบริษัทพระเครื่องของ "โทน บางแค" ใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
     
  • ยิ้มสู้ ยันไม่ได้หนี: "โทน บางแค" สวมเฝือกแขนซ้าย ปรากฏตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ยืนยันเดินทางมาแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยตนเอง และไม่ได้หลบหนีไปไหนตามที่เป็นข่าว
     
  • ลั่นยิ่งตรวจยิ่งสง่างาม: เจ้าตัวแสดงความมั่นใจในความบริสุทธิ์ 100% พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามนักข่าวในประเด็นเรื่องกล้องส่อง

6 สิงหาคม 2569 ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้พา นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง นำค้น 2 จุด คือ บ้านพักของนายโทน บางแค และบริษัทพระเครื่องของนายโทน บางแค ซึ่งตั้งอยู่ภายในอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี


ต่อมาเวลา 14.07 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง ถูกเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ควบคุมตัวเข้ามาสอบปากคำ โดยโทน บางแค สวมเฝือกที่แขนซ้าย และยิ้มทักทายผู้สื่อข่าว 



"โทน บางแค" ยิ้มสู้ ปอศ.คุมสอบ ลั่นไม่หนี ยิ่งตรวจยิ่งสง่างาม

 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามในหลายประเด็น โดยโทน บางแค กล่าวว่า

 

“ยิ่งถูกตรวจสอบก็ยิ่งสง่างาม ยินดีเข้าสู่กระบวนการ” เมื่อถามว่ามั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเองหรือไม่ เจ้าตัวตอบว่า “มั่นใจอยู่แล้วครับ” 




"โทน บางแค" ยิ้มสู้ ปอศ.คุมสอบ ลั่นไม่หนี ยิ่งตรวจยิ่งสง่างาม

เมื่อถามว่า มีอะไรอยากจะพูดหรือไม่ โทน บางแค กล่าวว่า

 

“ก็ดีแล้วครับ ถูกตรวจสอบจะได้สง่างาม ยืนยันว่าไม่เคยหนี”

 

ส่วนคำถามว่าเมื่อคืนไปไหนมา โทน บางแค ตอบสั้น ๆ ว่า

 

“ไม่ได้ไปไหน”

 

เมื่อถามว่าเป็นการเดินทางมาแสดงตัวเอง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้เข้าจับกุม โทน บางแค ระบุว่า

 

“แสดงความบริสุทธิ์ใจ ผมมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ เข้าสู่กระบวนการ”

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นเรื่องกล้องส่องพระ โทน บางแค ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว 




"โทน บางแค" ยิ้มสู้ ปอศ.คุมสอบ ลั่นไม่หนี ยิ่งตรวจยิ่งสง่างาม


 

“โทน บางแค” ปฏิเสธข้อกล่าวหา ขอไม่ให้การในชั้นสอบสวน เจอแจ้ง 2 ข้อหาหนัก ลุ้นประกันตัว คาดมีผู้เสียหายมากกว่า 40-50 คน

 

 

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) ได้เปิดเผย ถึงผลการนำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักและบริษัทพระเครื่องของนายโทนทองว่า เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดีได้หลายรายการ อาทิ กล้องส่องพระซึ่งเป็นวัตถุพยานในลอตตามคดีประมาณ 10 ตัว ใบโบรชัวร์โฆษณาสินค้า เอกสารประกอบต่างๆ เสื้อ และตราประทับบริษัท

 

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ยืนยันว่า คดีนี้เป็นคนละส่วนกับคดี “มาดามเก่ง” ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย บก.ปอศ. รับผิดชอบเฉพาะคดีกล้องส่องพระ ซึ่งล่าสุดมีผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของโทน บางแค เข้าแจ้งความไว้แล้ว 12 ราย มูลค่าความเสียหายในส่วนที่ร้องทุกข์ประมาณ 3.2 ล้านบาท โดยพฤติการณ์คือ ผู้ต้องหาโฆษณาขายกล้องส่องพระอ้างว่าเป็นรุ่นลิมิเต็ด แต่จากการตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ บริษัทผู้นำเข้า และพยานหลักฐาน พบว่าไม่ได้เป็นรุ่นลิมิเต็ดตามอ้าง และมีคุณภาพเทียบเท่ากล้องราคา 1,000 บาทเศษ แต่กลับนำมาหลอกขายในราคาสูงถึงตัวละกว่า 10,000 บาท

 

ผบก.ปอศ. กล่าวต่อว่า จากการประเมินคาดว่ามีผู้เสียหายรวมประมาณ 40-50 คน มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นราว 40 ล้านบาท ทั้งนี้มีผู้เสียหายบางส่วนที่ไม่ประสงค์ดำเนินคดีเนื่องจากได้รับการชดใช้ความเสียหายแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่านายโทนหลบหนีนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยเจ้าหน้าที่นำหมายจับเข้าตรวจค้นบ้านพัก และเมื่อนายโทนทราบเรื่องจึงเดินทางมาพบ ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับและทำการจับกุมตามขั้นตอนกฎหมาย

 

เบื้องต้น นายโทนทอง ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอไม่ให้การใดๆ ในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้ง 2 ข้อหา ได้แก่ “ฉ้อโกงประชาชน” และ “ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ (นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ)” จากนั้นได้นำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือและสอบปากคำตามขั้นตอน ส่วนการประกันตัวเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ในอำนาจการพิจารณาของ ผกก.4 บก.ปอศ. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน


นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานเบื้องต้น ยังพบว่าพยานหลักฐานบ่งชี้ไปที่ นายโทนทอง เพียงผู้เดียว ยังไม่พบผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ส่วนรายละเอียดเงินหมุนเวียนในบัญชี ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอาจเชื่อมโยงกับการสืบสวนในคดีอื่น 



ภาพเจ้าหน้าที่ ปอศ. เข้าจับกุมโทน บางแค

ข่าวล่าสุด