โพลชี้ ปชช. 50% เชื่อโกงสอบท้องถิ่นสาวไม่ถึงตัวการใหญ่
05 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

ไอเอฟดีโพล เผย ปชช.50.24% เชื่อคดีโกงสอบท้องถิ่นสาวไม่ถึงตัวการใหญ่ ชี้ โยกย้ายแค่ตัดตอน ขรก.ตัวเล็ก "ดร.แดน" เปิด 9 ข้อเสนอ รื้อระบบสอบถอนรากถอนโคนขบวนการทุจริต
ข่าว
05 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

ไอเอฟดีโพล เผย ปชช.50.24% เชื่อคดีโกงสอบท้องถิ่นสาวไม่ถึงตัวการใหญ่ ชี้ โยกย้ายแค่ตัดตอน ขรก.ตัวเล็ก "ดร.แดน" เปิด 9 ข้อเสนอ รื้อระบบสอบถอนรากถอนโคนขบวนการทุจริต
KEY
POINTS
5 สิงหาคม 2569 ไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ โดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน) ประธานสถาบันการสร้างชาติ ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา และนางจิตติมา บุญวิทยา ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ แถลงผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “โกงสอบ: สาวสุดถึงตัวใหญ่-รื้อสอบ อนาคตไร้โกง”จากกลุ่มตัวอย่าง 1,256 ราย สำรวจช่วง 30 ก.ค. – 2 ส.ค. 69 ครอบคลุม 6 ภูมิภาค ค่าความเชื่อมั่น 95% ค่าคลาดเคลื่อน ±3%
ผลไอเอฟดีโพล สำรวจโพลเรื่อง “โกงสอบ: สาวสุดถึงตัวใหญ่-รื้อสอบ อนาคตไร้โกง”พบว่า คดียังไม่ทันจบ แต่ศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลพังทลายไปเรียบร้อยแล้ว สังคมอ่านเกมออก มองการสั่งย้ายและสอบวินัยเป็นแค่เทคนิคซื้อเวลาเพื่อตัดตอน เงินและอำนาจถูกมองว่าเปลี่ยนผิดเป็นถูก ประชาชนเฝ้ารอดูว่าตัวการใหญ่จะรอดหรือไม่ วิกฤตศรัทธาย้ายฝั่ง โดยประชาชนพึ่งพาเพจดังและอินฟลูเอนเซอร์มากกว่าหน่วยงานรัฐถึง 2 เท่า และยังสะท้อนภาวะคนดีหมดหวัง ยอมนิ่งเงียบไม่แจ้งเบาะแส เพราะกลัวอันตรายและเชื่อว่าแจ้งไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน
ส่วนเรื่อง“ความคิดเห็นต่อการดำเนินคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น” พบว่า ประชาชน 50.24% มองเป็นการจัดฉากหรือตัดตอนเพื่อลดแรงกดดันและเอาผิดไม่ถึงผู้สั่งการ รองลงมา คือ ยังสรุปไม่ได้ ต้องติดตามว่าจะถึงผู้สั่งการหรือไม่ (25.56%) เชื่อว่าปราบจริงและจะเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ (17.04%) และไม่ทราบ/ไม่มีความเห็น (7.17%)
เมื่อถามเจาะลึกในกลุ่มที่มองว่าคดีถูกจัดฉากหรือตัดตอนถึงสาเหตุที่คดีไปไม่ถึงผู้สั่งการ (631 ตัวอย่าง) พบว่า ประชาชนสะท้อนเหตุผลหลักคือ เอาผิดเฉพาะระดับปฏิบัติงานหรือคนตัวเล็ก (21.55%) การใช้วิธีสั่งย้ายหรือสอบวินัยเพื่อซื้อเวลาให้เรื่องเงียบ (20.92%) และคดีมักล่าช้าหรือหยุดลงเมื่อเชื่อมโยงไปถึงผู้มีอำนาจ (20.13%)
นอกจากนี้ยังเกิดจากการไม่เปิดเผยความคืบหน้าต่อประชาชน (14.90%) การที่หน่วยงานตรวจสอบถูกแทรกแซงหรือขาดความเป็นอิสระ (14.10%) และไม่ทราบ/ไม่มีความเห็น (8.40%)
หากคดีเอาผิดได้เพียง "คนตัวเล็ก" แต่สาวไม่ถึง "ผู้สั่งการ" ประชาชนมองว่าผลกระทบเชิงสังคมที่น่ากังวลที่สุด คือ เงินและอำนาจสามารถแทรกแซงคดีเพื่อเปลี่ยนผิดเป็นถูกได้ (35.75%) รองลงมาคือ ยิ่งเป็นคดีใหญ่ยิ่งเอาผิดตัวการใหญ่ได้ยาก (19.27%) ตามด้วยความกังวลว่าระบบจะมองการเอาผิดแค่คนตัวเล็กกลายเป็นเรื่องปกติ (17.75%) และตอกย้ำความไม่เท่าเทียมทางกฎหมายที่คนไม่มีอำนาจมักถูกลงโทษได้ง่ายกว่า (14.57%) ขณะที่อีก 9.00% เห็นว่ายังสรุปไม่ได้เพราะอาจเกิดจากหลักฐานไม่เพียงพอ และระบุไม่ทราบ/ไม่มีความเห็น (3.66%)
นอกจากนั้น เมื่อถามว่า หากพบเห็นการทุจริตด้วยตนเองจะเลือกทำอย่างไร พบว่า ประชาชนเลือกส่งข้อมูลให้เพจดังหรืออินฟลูเอนเซอร์ (29.54%) แจ้งหน่วยงานรัฐ เช่น ป.ป.ช. ดีเอสไอ หรือตำรวจ (24.52%) ส่งให้องค์กรภาคประชาชน (11.70%) ไม่แจ้งเพราะสิ้นหวังว่าแจ้งไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง (11.54%) ส่งข้อมูลให้พรรคการเมืองเพื่อตรวจสอบ/นำเข้าสภา (7.09%) ไม่แจ้งเพราะกลัวไม่ปลอดภัยหรือกระทบต่อหน้าที่การงาน (6.69%) เลือกแนวทางอื่น เช่น ปรึกษาผู้มีความรู้ทางกฎหมายแล้วจึงดำเนินการต่อ หรือปรึกษาหน่วยงานที่พบเห็นการทุจริต (0.16%) และไม่ทราบ/ไม่มีความเห็น (8.76%)
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ได้วิเคราะห์ 8 นัย 9 ข้อเสนอแนะจากผลโพล ดังนี้
8 นัยสำคัญจากผลไอเอฟดีโพล คือ
ดร.แดนมีข้อเสนอแนะไว้ 9 ประเด็น คือ