31 กรกฎาคม 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำทัพภาครัฐและเอกชนร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในงาน The INTANIA Forum ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเสนอแนวคิด วิศวกรการเมือง บริหารประเทศอย่างเป็นระบบ มุ่งพา เศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตระเบียบโลกใหม่ หรือ NewWorldDisorder ด้วยการปฏิรูประบบราชการ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ยกระดับศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการใช้ AI อย่างยั่งยืน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ฝ่าวิกฤต รับมือระเบียบโลกใหม่” ในงาน The INTANIA Forum จัดโดยสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ณ Hall of INTANIA โดยระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “โลกไร้ระเบียบ” (New World Disorder) ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและคาดการณ์ได้ยาก ประเทศไทยจึงต้องปรับวิธีคิดและยุทธศาสตร์ใหม่ เปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาส ด้วยการบริหารประเทศอย่างเป็นระบบแบบวิศวกร
ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ต้องแก้ปัญหา Resource Misallocation ซึ่งทำให้เงินทุนกระจุกตัวในธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้ยาก โดยเตรียมนำ Data Analytics และข้อมูลจาก Data Bureau มาพัฒนาระบบประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น แม้ไม่มีหลักประกันหรือประวัติสินเชื่อแบบเดิม
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG กล่าวว่า ประเทศไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดรับระเบียบโลกใหม่ กล้าปรับลดหรือยุติ Zombie Business แล้วนำทรัพยากรไปลงทุนในธุรกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมเสนอให้อาเซียนเป็น Business Partnership ใช้จุดแข็งของแต่ละประเทศสร้างห่วงโซ่คุณค่าร่วมกัน โดยไทยควรมุ่งผลิตสินค้ามูลค่าสูงและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
พร้อมเสนอการพัฒนากลไกทางการเงินระดับภูมิภาค เช่น ASEAN-based Loan เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสนับสนุนการใช้สินค้า Made in Thailand ให้เกิด Multiplier Effect สร้างรายได้ การจ้างงาน และมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจไทย
ด้าน นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย CEO ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภายใต้ The New World Order ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ต้องเร่งเพิ่ม Productivity เพราะต้นทุนวัตถุดิบคิดเป็น 50-60% ของต้นทุนทั้งหมด พร้อมชี้ว่าเศรษฐกิจจะมีลักษณะ K-Shape จึงต้องสนับสนุนธุรกิจที่สามารถปรับตัวและเติบโตได้
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความเชื่อมโยงระหว่าง Geo-politics และ Geo-economics ส่งผลโดยตรงต่อทิศทางพลังงานและเศรษฐกิจไทย ระยะสั้นต้องสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพิ่มการพึ่งพาตนเองและการใช้ Bio-diesel ส่วนระยะกลางต้องดูแลราคาพลังงาน สนับสนุน Data Center และ AI ควบคู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เช่น AI Training Academy และ Power Usage Effectiveness (PUE)