สาเหตุของการโทร มีหลายเหตุผลด้วยกัน
1.โทรมาเช็กชื่อว่า “เด็กในโควตา ในเครือข่ายของตน” ได้บรรจุหรือไม่
**ถ้าไม่ได้บรรจุ ก็จะขอให้ช่วย “ดูแลให้หน่อย”
2.โทรมาเช็กชื่อว่า “เด็กในโควตา เครือข่ายของตน” โดนเพิกถอนหรือไม่
**ถ้าโดน ก็จะสอบถาม หาช่องทาง “ผ่อนหนักให้เป็นเบา” หรือหา “ช่องลอดทางกฎหมาย”
3.โทรมาตรวจสอบว่า “เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการสอบของจังหวัดตน” โดนหางเลขด้วยหรือไม่ อยู่ในคิวถูกสอบสวนหรือเปล่า
4.โทรมาฝากเด็กของตัวเองเพิ่ม แนวๆ “แทรกชื่อเข้าไป” ไหนๆ ก็ไม่ประกาศชื่ออยู่แล้ว ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปเลย
ทั้งหมดนี้ต้องขอใช้คำแรงๆ ว่า “ไม่เกรงกลัวหรือละอายใจ” ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมกันเลย
แต่ปรากฏว่า “ผู้มีอำนาจในกรม สถ.” พยายามไม่รับโทรศัพท์ แต่บางคน “เบอร์ใหญ่” ไม่รับก็ไม่ได้ ทั้งๆ ที่ร้อยวันพันปีไม่เคยโทรหา เมื่อรับสาย ก็ต้องปฏิเสธกันทุกรายไป
ล่าสุด “ผู้มีอำนาจในกรม สถ.” ฝากเนชั่นช่วยประกาศให้ทีว่า “ไม่ต้องโทรมา” เพราะไม่ได้ดูชื่อใครเลย บัญชีที่ประกาศ ก็ไม่ได้ตรวจกระดาษคำตอบใหม่ / แต่ใช้ผลตรวจเดิม ก่อนที่จะมีแก๊งแก้คะแนนมาแก้ไข / ซึ่งมีตัวเลขคะแนนปรากฏเป็นหลักฐานอยู่แล้ว และประกาศไปตามนั้น
ย้ำว่ายึดนโยบายนายกฯ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ฉะนั้นไม่ขอช่วยใคร ไม่ขอดูชื่อให้ใคร ทั้งสอบได้ สอบตก และไม่แทรกชื่อให้ใครทั้งนั้น เพราะต้องการแก้ปัญหา ไม่ใช่สร้างปัญหาใหม่ นี่คือข้อความที่ “บิ๊ก สถ.” ฝากบอกมา
"หมอตุลย์" ออกโรงเตือนระวังช่องโหว่ 5 พันรายที่ยังไม่บรรจุ อาจมีขบวนการจ่ายเงินตกค้างอยู่!
นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตแกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี กล่าวกับ “เนชั่นออนไลน์” ว่า ขอทักท้วงรักษาการอธิบดี สถ. ว่า การประกาศยกเลิกผลสอบเดิมทั้งหมด แล้วประกาศใหม่ โดยตัดรายชื่อคนที่ตรวจแล้วว่ามีการแก้ไขคะแนนจนสอบผ่าน และบรรจุแล้ว จำนวน 5 พันกว่าราย ยังมีช่องโหว่คือ คนที่ประกาศไว้แล้วแต่ยังไม่ได้บรรจุ ก็อาจอยู่ในกลุ่มจ่ายเงินเพื่อให้สอบผ่าน (แต่ยังไม่ได้บรรจุ) จึงต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป จึงจะสกัดกั้นผู้เข้าสอบที่ทุจริตได้ทั้งหมด