"เศรษฐา" คืนทำเนียบในรอบ 2 ปี รับรางวัล Thailand Zero Dropout
24 ก.ค. 2569 | titayu_pur

"อนุทิน" เปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับ "เศรษฐา ทวีสิน" หวนคืนตึกไทยคู่ฟ้าในรอบ 2 ปี มอบรางวัลการศึกษา Thailand Zero Dropout Plus เชิดชูเกียรติลดเด็กหลุดระบบ
ข่าว
24 ก.ค. 2569 | titayu_pur

"อนุทิน" เปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับ "เศรษฐา ทวีสิน" หวนคืนตึกไทยคู่ฟ้าในรอบ 2 ปี มอบรางวัลการศึกษา Thailand Zero Dropout Plus เชิดชูเกียรติลดเด็กหลุดระบบ
KEY
POINTS
24 กรกฎาคม 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิด ทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน หวนคืนตึกไทยคู่ฟ้าในรอบเกือบ 2 ปี เพื่อเข้าร่วมพิธีมอบรางวัลด้านการศึกษาผลงานชิ้นโบแดง Thailand Zero Dropout Plus ประจำปี 2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ผลักดันวาระแห่งชาติ ที่สามารถดึงเด็กไทยนอกระบบ กลับสู่ห้องเรียนสำเร็จ พร้อมสานต่อแนวคิดยกระดับคุณภาพชีวิตเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน
เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลและหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญ ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็ก และเยาวชนนอกระบบการศึกษา พร้อมตอกย้ำเป้าหมายการคืนโอกาสทางการศึกษา และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่เด็กไทยอย่างทั่วถึง
สำหรับการมอบรางวัลในวันนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ริเริ่มและผลักดันโครงการ Thailand Zero Dropout ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ได้กลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม ได้รับรางวัลเกียรติยศประจำปีนี้ด้วย
โดยทันทีที่ นายเศรษฐา เดินทางมาถึงในเวลา 15.15 น. ได้ถ่ายรูปร่วมกับรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็ก และเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.) บริเวณหน้าฉากหลัง ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อไปพบกับนายอนุทิน ซึ่งนายอนุทินได้พานายเศรษฐาไปที่ห้องทำงาน
จากนั้นเวลา 15.30 น. นายอนุทินและนายเศรษฐา ได้เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าด้วยกัน โดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม เพื่อเข้าร่วมงานที่ตึกภักดีบดินทร์ ซึ่งนายอนุทินหันมาหาผู้สื่อข่าวและถามว่า “นี่ใครมา” โดยชี้ไปที่นายเศรษฐา ก่อนที่นายอนุทินและนายเศรษฐาจะเดินไปนั่งด้วยกัน
ทั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2567 ที่นายเศรษฐาเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล หลังจากพ้นตำแหน่ง
จากนั้น นายอนุทินกล่าวในพิธีเปิดงานตอนหนึ่งว่า ต้องบอกว่าวันนี้ตื่นเต้นที่ผู้บังคับบัญชามาเยือนถึงที่ ตนถือว่าอย่างไรก็เคยเป็นรัฐมนตรี ร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ซึ่งตนได้รับความไว้วางใจจากท่าน โดยได้รับมอบหมายภารกิจให้ดูแลกระทรวงมหาดไทย โดยที่กระทรวงศึกษาธิการมีพลตำรวจเอก เพิ่มพูน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งโครงการ Thailand Zero เป็นโครงการที่มาจากการริเริ่มของนายเศรษฐา โดยที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการสานต่อ ให้นโยบายของท่านได้บรรลุผลสัมฤทธิ์
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับรางวัลในวันนี้ แสดงให้เห็นว่าถ้าทุกภาคส่วนร่วมมือกัน จะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน และเปลี่ยนอนาคตของประเทศได้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับความเสมอภาคด้านการศึกษา เพราะเชื่อว่าทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศ คือศักยภาพของประชาชน ทุกประเทศที่พัฒนาแล้วในโลกล้วนได้รับการพัฒนาแล้วในทุกมิติ ประเทศไทยจึงต้องลงทุนในทุนมนุษย์ทุกมิติ และทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในวัยศึกษาเล่าเรียน ที่เราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา ให้กับเด็กและเยาวชนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาให้หมดไป เพราะเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาไม่เพียงหลุดออกจากห้องเรียน แต่หลุดออกจากโอกาสหลายอย่างในชีวิต
ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงดำเนินการสานต่อ และสนับสนุนนโยบาย Thailand Zero และยกระดับสู่ Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) ซึ่งไม่ได้มุ่งเพียงแต่พาเด็กกลับเข้าสู่ห้องเรียนเท่านั้น แต่มุ่งพาเด็กไปสู่อนาคตที่มั่นคง มีทักษะที่เป็นไปตามความต้องการของตลาดแรงงาน เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนยินดีที่ทราบว่าจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทำให้เด็กและเยาวชนที่เคยหลุดออกจากระบบการศึกษาจาก 1,000,000 คน เหลือประมาณ 600,000 คน ซึ่งถือว่าในช่วงเวลา 2-3 ปี ที่เราทำการลดจำนวนเด็กเหล่านี้จนเกือบถึงครึ่งหนึ่งจากที่มีอยู่ ตนขอขอบพระคุณนายเศรษฐาอีกครั้งที่ริเริ่มนโยบายนี้ รวมถึงพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่นำนโยบายนี้มาสานต่ออย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนจนเกิดผลเป็นรูปธรรม
หัวใจสำคัญคือการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับพื้นที่ ตนจึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้บูรณาการทุกหน่วยงานค้นหาเด็ก ซึ่งต้องให้ได้เป็นรายบุคคลเพื่อเชื่อมโยงความช่วยเหลือติดตามอย่างต่อเนื่อง และปลดล็อกอุปสรรคการเรียนรู้ของเด็ก พร้อมฝากนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ซึ่งท่านเป็นภรรยาผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ช่วยเหลือคู่ชีวิตของท่านทำในสิ่งที่ดี บทบาทของท่านคือการดูแลเด็กและครอบครัวอย่างใกล้ชิด ถือว่าเป็นการให้บริการทางสังคมเป็นจิตอาสาอย่างหนึ่ง
นายกรัฐมนตรียังได้เชิญชวนภาคเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือการลงทุนระยะยาว เพราะการช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งให้ได้รับการศึกษาและมีงานทำ เท่ากับเป็นการเพิ่มกำลังคนที่มีคุณภาพให้กับประเทศ ขอให้ทุกท่านได้เห็นว่า รางวัลที่ท่านได้รับในวันนี้เป็นแรงบันดาลใจ และเป็นการแสดงความชื่นชม เป็นความเคารพศรัทธาในความมุ่งมั่นตั้งใจของท่าน แต่จุดนี้ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดในภารกิจที่เรามีร่วมกัน เพราะอนาคตของชาติขึ้นอยู่กับเด็กและเยาวชน และอนาคตของเด็กและเยาวชนไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมที่ต้องร่วมกันประคับประคอง เพื่ออนาคตของประเทศไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืน
การที่นายเศรษฐามาเยี่ยมออฟฟิศเก่าของท่านในวันนี้ ถือเป็นสิริมงคลของตน และด้วยความสัมพันธ์ที่ตนให้ความเคารพนับถือท่านมาตลอด ท่านยังคงให้คำแนะนำดีๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และให้ข้อคิดอย่างสม่ำเสมอตลอดมา ก็ขอให้ทุกท่านรับทราบว่า ทำไมตนถึงต้องพูดถึงท่านเศรษฐาบ่อยๆ เพราะนี่คือสิ่งที่ตนได้รับจากท่าน นายอนุทิน กล่าว
ขณะที่ นายเศรษฐา เปิดเผยภายหลังรับรางวัล ถึงการกลับเข้าทำเนียบครั้งแรกในรอบ 2 ปี ว่า อบอุ่นดี นายอนุทินให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ส่วนได้มีโอกาสแนะนำแนวทางการทำงานกับนายอนุทินบ้างหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ ท่านโอเคแล้ว เป็นพี่น้องมากกว่า”