เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดศึกคืนที่ 13! สหรัฐฯปูพรมถล่มอิหร่าน ทรัมป์ขู่บอมบ์ใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์

24 ก.ค. 2569 | apirak_pra

เปิดศึกคืนที่ 13! สหรัฐฯปูพรมถล่มอิหร่าน ทรัมป์ขู่บอมบ์ใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์

สหรัฐฯ เปิดฉากถล่มอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 13 ดับเพิ่มอีกอย่างน้อย 4 ราย ด้านทรัมป์ขู่เตรียมปูพรมโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งเฉียด 100 ดอลลาร์

สหรัฐฯ เปิดฉากถล่มอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 13 ดับเพิ่มอีกอย่างน้อย 4 ราย ด้านทรัมป์ขู่เตรียมปูพรมโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งเฉียด 100 ดอลลาร์

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มอิหร่านติดต่อกันเป็นคืนที่ 13 โดยมีเป้าหมายเป็นศูนย์บัญชาการทางทหารและคลังอาวุธรอบช่องแคบฮอร์มุซ
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะอนุมัติปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ (Massive Attack) เพื่อกดดันให้อิหร่านยอมยุติสงคราม
  • อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีค่ายทหารอเมริกันในคูเวต พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ จะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ร้ายแรง
  • ความขัดแย้งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นเกือบ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

การปะทะระหว่างสองขั้วอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลางดุเดือดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันการเสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มประเทศอิหร่านเป็นคืนที่ 13 ติดต่อกัน โดยระดมยิงขีปนาวุธและส่งเครื่องบินรบปูพรมถล่มศูนย์บัญชาการทางทหาร คลังเก็บโดรน เครือข่ายการสื่อสาร และสถานีเรดาร์ชายฝั่งในหลายเมืองยุทธศาสตร์รอบช่องแคบฮอร์มุซ เช่น เมืองบันดาร์ อับบาส, เกาะเกชม์, และเมืองจาสค์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และบาดเจ็บอีก 5 ราย จากเหตุขีปนาวุธตกใกล้เมืองอะห์วาซ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน

ทรัมป์ขู่เตรียมส่ง "Massive Attack" ถล่มอิหร่านระลอกใหญ่ที่สุด

ชนวนเหตุที่ทำให้นักวิเคราะห์เตือนถึงภาวะสงครามเต็มรูปแบบ เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่า กำลังพิจารณาอนุมัติปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด ("Massive Attack") ใส่เป้าหมายในอิหร่านอย่างเป็นทางการ โดยทรัมป์ระบุว่า อิหร่านยังไม่ได้รับความเจ็บปวดมากพอ และใกล้จะถึงเวลาที่สหรัฐฯ ต้องยกระดับความรุนแรงทางการทหารเพื่อบีบให้เตหะรานยอมลงนามในข้อตกลงยุติสงคราม

ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้ออกมาตอบโต้อย่างก้าวร้าวผ่านโซเชียลมีเดียทันควัน โดยเตือนทรัมป์ว่า การรุกรานอันไร้สติจะยิ่งทำให้สหรัฐฯ ต้องจ่ายราคาที่แพงลิบลิ่วเกินกว่าจะรับไหว ขณะเดียวกัน กองกำลังปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ยังคงเปิดฉากยิงขีปนาวุธและส่งโดรนเข้าถล่มด่านตรวจชายแดนอับดาลีระหว่างคูเวตและอิรัก รวมถึงค่ายทหารอเมริกันในคูเวตอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการของสหรัฐฯ

น้ำมันดิบเบรนท์จ่อทะลุ 100 ดอลลาร์ กระทบเศรษฐกิจโลกและญี่ปุ่นอ่วม

วิกฤตการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซบวกกับการที่กลุ่มฮูตีในเยเมนยิงขีปนาวุธถล่มเรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ ในทะเลแดง ได้ส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 99.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำสถิติตัวเลขรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นสูงถึง 13.5% ซึ่งถือเป็นการปิดตลาดเฉียดระดับ 100 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม

ผลกระทบทางเศรษฐกิจเริ่มลุกลามไปยังฝั่งเอเชียอย่างเห็นได้ชัด โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกสมุดปกขาวเตือนภัยวิกฤตพลังงาน เนื่องจากญี่ปุ่นต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงมาก จนจำเป็นต้องดึงน้ำมันจากคลังสำรองออกมาใช้ ขณะที่องค์การสหประชาชาติ (UN) ออกมาประณามการปิดเส้นทางเดินเรือทางทะเลว่ากำลังส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งยารักษาโรคและอาหารกู้ชีพพุ่งสูงขึ้น ซ้ำเติมประชาชนและผู้อพยพหลายล้านคนในพื้นที่ความขัดแย้งให้อยู่ในภาวะอดอยากขั้นวิกฤต

ข่าวล่าสุด