นอกจากนี้ IRGC ยังอ้างความสำเร็จในการส่งขีปนาวุธและโดรนพลีชีพเข้าถล่มเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอาหรับ ทั้งค่ายทหารในคูเวตและบาห์เรน โดยระบุว่าสามารถทำลายคลังข้อมูลของบริษัท Amazon ในบาห์เรน ระบบเรดาร์แจ้งเตือนล่วงหน้า ฐานเรดาร์ขีปนาวุธ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ "แพทริออต" (Patriot) ในคูเวตเพื่อเปิดทางสำหรับการจู่โจมระลอกต่อไป ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ พุ่งกลับขึ้นไปแตะระดับเฉลี่ย 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเรียบร้อยแล้ว
อาเซียนผนึกกำลังเรียกร้องหยุดยิง สส.สหรัฐฯ จี้ทรัมป์ยุติสงคราม
จากวิกฤตการณ์ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางพลังงาน และการค้าทางทะเลทั่วโลก ล่าสุด รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมด่วน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นสูงสุดและหยุดยิงทันทีในทุกด้าน พร้อมทั้งเรียกร้องให้เปิดเส้นทางเดินเรือปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตราคาน้ำมันและอาหารส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกไปมากกว่านี้
ขณะเดียวกัน ภายในประเทศสหรัฐอเมริกา ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ได้ออกมาเรียกร้องอย่างแข็งกร้าวให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยุติสงครามในอิหร่านทันที โดยเตรียมผลักดันให้วุฒิสภาลงมติสั่งยุติปฏิบัติการทางทหารเพื่อนำทหารอเมริกันกลับบ้าน ทว่าทำเนียบขาวและทรัมป์ยังคงยืนยันเดินหน้าปฏิบัติการอย่างเด็ดขาด โดยขู่ว่าจะตอบโต้อิหร่านให้หนักขึ้นเป็น 20 เท่าสำหรับความสูญเสียของทหารอเมริกันตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา