ขณะที่ เจ้าหน้าที่นิติกรของกรมป่าไม้ ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกำลังเข้ามารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ม.25 ซึ่งยืนยันว่า ขณะนี้คำสั่งเป็นที่ยุติแล้ว และ รมว.ทส. มีคำสั่งให้กรมป่าไม้ดำเนินการรื้อถอน และการเข้าพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขานาคเกิด จึงต้องมีการดำเนินการรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต
และเนื้อหาของการดำเนินการทางปกครองในการรื้อถอนนั้น หากจะระงับคำสั่งทางปกครอง ศาลจะต้องทุเลาการบังคับคดี ซึ่งจะต้องมาจากการพิจารณ์ของที่ประชุมใหญ่ของตุลาการศาลปกครองเท่านั้น แต่ถ้าศาลยังไม่มีคำสั่ง เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ทั้งนี้กรณีที่นายสิงหา ไปยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินกับศาลปกครอง หากศาลรับเรื่องแล้ว และเห็นว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายก็สามารถฟ้องร้องตามกฎหมายได้เช่นกัน
ยืนยันว่า ‘กรมป่าไม้ดำเนินการตามพยานหลักฐาน เพราะที่ดิน นส.3 ได้เพิกถอนออกไปแล้ว และเมื่อมีการเพิกถอนแล้วต้องกลับคืนให้เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเหมือนเดิม เพราะถือว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
โดยเจ้าหน้าที่ได้ยกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ที่ดิน นส.3 ที่ออกเมื่อ 9 ก.ค.2527 พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ขีดค่าว่าหนังสือการทำประโยชน์ได้เพิกถอนตามคำพิพากษาศาลฎีกา 27 มิ.ย.2557 ถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว
และที่ดินแปลงนี้ ไม่ว่าจะโอนเป็นของใครก็มีผลผูกพันและคำพิพากษาถึงที่สุดในการเพิกถอนเป็นนส.3 ดังนั้นจึงต้องมาบังคับใช้กฎหมาย มาตรา 25 และต้องดำเนินการตามระเบียบขั้นตอน
ด้าน พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวย้ำว่า เจ้าหน้าที่มาด้วยอำนาจที่ถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่นายสิงหา จะกล่าวถึงกระบวนการก็ไปสู่กันในชั้นศาลฎีกา และเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่า นายสิงหารุกที่ป่าแน่นอน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้นำกำลังเข้าพื้นที่ พร้อมกับอุปกรณ์เครื่องมือช่าง โดยเริ่มดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 50 รายการ ที่เป็นทั้งบ้านหลังใหญ่ และเพิงพักย่อยๆในพื้นที่ 18 ไร่ ที่พบการรุกที่ป่าสงวน มูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,000 ล้านบาท
ด้านนายสุชาติ ระบุว่า ไม่ได้ดูแค่จังหวัดภูเก็ต แต่จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่ยากที่สุด ต้องเอาของยากก่อนเพื่อที่ไปจังหวัดอื่นๆ ถือเป็น "ภูเก็ตโมเดล" เฉพาะหาดนุ้ย 18 ไร่ มูลค่าไร่ละ 100 ล้าน ราคาประมาณเกือบ 2,000 ล้านบาท เฉพาะมูลค่าที่ดินโดยที่ไม่ต้องลงทุน แต่สามารถครอบครองที่ดินและสามารถทำธุรกิจได้ มีสิ่งปลูกสร้าง 50 รายการ เป็นของนายทุนคนเดียวไม่มีกลุ่มอื่น คิดดูว่า มีอำนาจขนาดนั้นเลยหรือ
หลังจากนี้จะยื่น ปปง. เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ยึด อายัดทรัพย์ เพราะนายทุนเก็บรายได้มากี่ปี ก็ต้องเอากลับมาสู่เงินของหลวง
ส่วนที่นายทุนยื่นศาลปกครองให้ไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองนั้น นานสุชาติ ระบุว่า มีสิทธิ์ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยใช้อำนาจมาตรา 25 ถ้าเราไม่ทำวันนี้ก็จะมีผู้ไปฟ้องเจ้าหน้าที่ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเป็นข้าราชการของตน
"ถ้าผมกังวลก็คงไม่มาที่นี่ เขาต่อสู้เขาคิดว่าเขาชนะ คิดว่าไม่มีใครทำอะไรเขาได้ ไม่มีใครกล้าทำอะไร แต่เขาลืมไปว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นคนสตูล คนใต้ ผมก็เป็นรัฐมนตรีมาตั้งหลายรัฐบาลแล้ว ก็ไม่ได้สนใจใครอยู่แล้ว เราตั้งใจอย่างเดียว เรารู้สึกไม่เชื่อจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ รายเดียวยึดครองสิ่งปลูกสร้าง 50 รายการ เก็บเงินไปเท่าไหร่ ค่าลง 300 บาท ยืนยันไม่ได้กลัว เพราะนายกฯ ยืนอยู่ข้างหลัง และท่านกำชับติดตามว่ารื้อถอนได้หรือยัง" นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ครั้งนี้เราเอาเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ที่หาดนุ้ยเป็นชุดเฉพาะกิจ เพื่อควบคุมพื้นที่จริงจัง ไม่ปล่อยให้ใครกลับมายึดแผ่นดินที่ดินของประชาชนอีก เนื่องจากในปี 2562 เราเคยรื้อไปแล้วรอบนึง แต่เราไม่มีกำลังมาอยู่ในพื้นที่ ทำให้นายทุนกลับมาอีกรอบ
เมื่อถามว่า กลัวหรือไม่กลัว ขนาดเรือประมงหาปลาเข้าพื้นที่กลุ่มนายทุนยังเอาอาวุธปืนไล่ยิง นายสุชาติ กล่าวว่า "นายกฯ ข้อสังการณ์ และยืนอยู่ข้างหลังพวกผมขนาดนี้ ถ้าผมทำไมได้ ผมเป็นรัฐมนตรีทำไม ผมต้องกลับไปอยู่บ้าน ปลดเกษียณตัวเอง เมื่อไรที่ผม และรมช.มหาดไทย ถ้าไม่สามารถทำตามข้อสั่งการ หรือเอาแผ่นดิน ที่ดินซึ่งเป็นของหลวงของประเทศชาติของประชาชน เอาคืนจากกลุ่มทุนไม่ได้ หรือกลุ่มที่บุกรุกไม่ได้ผมจะเอาหน้าไปไว้ไหนกัน"
ทั้งนี้ ในพื้นที่ภูเก็ตยังมีอีก 300 แห่งอย่างต่ำ มีอีกหลายแปลง ที่จะต้องพิสูจน์ ซึ่งมีการบุกรุกพื้นที่ป่าสร้างสิ่งปลูกสร้าง และเรียกเก็บเงิน ยังมีอีกเป็น 10 แห่ง โดยมีผู้ประกอบการบางแห่งดำเนินการรื้อถอนเองแล้ว เพราะเป็นห่วงทรัพย์สินตัวเอง หลังจากยึดคืนพื้นที่ได้นั้น จะมีป่านันทนาการครอบคลุม 540 ไร่ในพื้นที่ภูเก็ต
สำหรับพื้นที่ภายหลังการรื้อสิ่งปลูกสร้างแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ พร้อมพัฒนาเป็นพื้นที่ป่านันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างยั่งยืน