เคปเวิร์ด (Cape Verde) หรือชื่อทางการปัจจุบัน คือ สาธารณรัฐกาบูเวร์ดี (Cabo Verde - ตามภาษาโปรตุกีส) ชาติหมู่เกาะเล็ก ๆ นอกชายฝั่งแอฟริกาตะวันตก ได้สร้างประวัติศาสตร์ที่น่าเหลือเชื่อในวงการฟุตบอล ด้วยการคว้าตั๋วไปลุยศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้ายได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยถือเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดเป็นอันดับสอง (ประมาณ 525,000 คน) ที่ได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์นี้ ต่อจากไอซ์แลนด์ในปี 2018
ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลผลิตของกลยุทธ์ที่เฉียบขาดในการดึงศักยภาพจากพลเมืองที่กระจัดกระจายไปทั่วโลก หรือที่สื่อต่างประเทศขนานนามว่าทีมชาติชุดนี้คือ "สหประชาชาติ" ของประเทศ
---
จุดเปลี่ยนสำคัญ: ชัยชนะที่ปัดเป่าความตึงเครียด
ชัยชนะเหนือเอสวาตินี 3-0 ในนัดสุดท้ายของการคัดเลือก ทำให้ เคปเวิร์ด การันตีอันดับหนึ่งของกลุ่ม D และคว้าโควตาอัตโนมัติ 1 ใน 9 ของทวีปแอฟริกาไปครอง โดยทิ้งห่าง แคเมอรูน มหาอำนาจลูกหนังของทวีปที่จบอันดับสอง
นิค มิลเลอร์ ผู้สื่อข่าวจาก The Athletic วิเคราะห์ถึงบรรยากาศในเกมสำคัญว่า ครึ่งแรกเต็มไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากทีมแสดงอาการ "กดดันตัวเอง" (เพราะอีกก้าวเดียวพวกเขาก็จะสร้างประวัติศาสตร์) จนทำให้เกร็งกันไปหมด อย่างไรก็ตาม ความตื่นเต้นทั้งหมดก็หายไปเมื่อ เดย์ลอน ลิฟราเมนโต และ วิลลี่ เซเมโด้ ยิงประตูได้ในช่วงต้นครึ่งหลัง ตามมาด้วยประตูของ สโตปิร่า กองหลังวัย 37 ปี ซึ่งถือเป็นการปิดฉากวันที่น่าอัศจรรย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ความสำเร็จนี้ยิ่งใหญ่มาก เพราะเกิดขึ้นในขณะที่ยักษ์ใหญ่บางทีมของแอฟริกาอย่าง แคเมอรูน หรือ ไนจีเรีย อาจไม่ผ่านเข้ารอบด้วยซ้ำ และเป็นความสำเร็จที่มาจากการวางแผนอย่างชาญฉลาด ทั้งการดึงตัวผู้เล่นจากพลเมืองที่อพยพไปอยู่ทั่วโลก และการพัฒนาทีมภายใต้การคุมทีมของโค้ชมากประสบการณ์อย่าง บูบิสต้า