สำหรับยุทธศาสตร์สำคัญของไทย ทางรัฐบาลมีเป้าหมายปกป้องอธิปไตย นำดินแดนที่เป็นของไทยกลับคืนมา และสถาปนาความมั่นคงชายแดน โดยมีแนวทางดังนี้
1. ด้านการทหาร
เปิดช่องการปฏิบัติทางการทหารที่เปิดกว้างตามความจำเป็นของสถานการณ์ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันอธิปไตย หรือยับยั้งการใช้กำลังทหารของกัมพูชา
2. ด้านการต่างประเทศ
เจรจาทวิภาคีเป็นหลัก เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายที่สาม , คงระดับความสัมพันธ์ทางการทูต เพื่อพิสูจน์ความจริงใจในการแก้ปัญหาด้วยกัน , รัฐบาลไทยมีปัญหาขัดแย้งเฉพาะกับรัฐบาลกัมพูชา แต่จะไม่มีปัญหากับประชาชนกัมพูชา โดยจะระมัดระวังการออกมาตรการต่างๆ ให้กระทบต่อประชาชนทั้งสองฝ่ายให้น้อยที่สุด
3. ด้านการบริหารจัดการชายแดน
การควบคุมชายแดน เช่น การปิดจุดผ่านแดน ควบคุมสินค้าส่งออกเพื่อกดดันกัมพูชา รวมถึงควบคุมการลักลอบขนของ ขนคน ที่จะส่งเสริมการอยู่ได้ของกลุ่มสแกม แก๊งค์อาชญากรรมข้ามชาติต่างๆ
ทั้งนี้ สมช. จะลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมพบหารือกับหน่วยความมั่นคงทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการเพื่อแก้ไขปัญหา รวมทั้งจัดการประชุมสภาความมั่นคง เพื่อติดตามและกำกับทิศทางของรัฐบาลในเรื่องกัมพูชาเป็นไปในเป้าหมายเดียวกันทุกมิติอย่างเข้มข้น อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
ส่วนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ทางรัฐบาลได้น้อมนำยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาดำเนินการอยู่แล้ว และยึดการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งการจัดทำนโยบายปี 2568-2570 ได้ยึดโยงจากทั้งภาครัฐ ประชาชน และประชาสังคมร่วมกัน มีรายละเอียด เป้าหมาย วัตถุประสงค์ หน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้งการรักษาความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การศึกษาที่สอดรับกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ การใช้กระบวนยุติธรรม และการเยียวยา
สำหรับเหตุการณ์ความสงบที่เกิดขึ้นถี่มีหลายปัจจัย โดยผู้เห็นต่างยังมีความหลากหลาย ทั้งต้องการพูดคุยและการใช้ความรุนแรง อีกทั้งการนำนโยบายสู่การปฏิบัติยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไข เพราะการทำงานมีหลายหน่วยจึงต้องจัดระบบปรับแนวทางสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้ เมื่อมีคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลแล้ว ก็จะประสานและขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติได้มากขึ้น มีความสอดคล้องและเป็นเอกภาพ
ส่วนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ก็ได้มีการพูดคุยวงเล็กเรื่อยมา