ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้สแกนนิติบุคคลในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน พบว่า มีนิติบุคคลรวม 16,811 ราย โดยเป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนถึง 11,426 ราย หรือ 67.97% แบ่งเป็นเกาะพะงัน 3,213 ราย จากทั้งหมด 4,761 ราย และเกาะสมุย 8,213 ราย จากทั้งหมด 12,050 ราย สะท้อนความจำเป็นที่รัฐต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นว่ามีการใช้คนไทยถือหุ้นแทน หรือให้นอมินีบังหน้าเพื่อเลี่ยงกฎหมายหรือไม่
“นายกรัฐมนตรีให้นโยบายฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สแกนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะภูเก็ต สมุย หรือพะงัน หากพบการใช้ช่องว่างกฎหมายแย่งอาชีพ และการทำมาหากินของคนไทย ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด” น.ส.รัชดา กล่าว
น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยสนับสนุนการลงทุนต่างชาติที่ถูกต้อง โปร่งใส และสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทย แต่จะไม่ยอมให้ทุนสีเทา นอมินี หรือเครือข่ายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เข้ามาตักตวงผลประโยชน์บนแผ่นดินไทย พร้อมขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ และไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้ต่างชาติใช้ชื่อคนไทยบังหน้า เพราะการปกป้องอาชีพคนไทยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย