นายวันอาฟันดี กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นเวลา 15.30 น. ภาคีเครือข่ายฯ ได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดนราธิวาส เพื่อยื่นหนังสือ ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนราธิวาส โดยมีข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้
1. ขอให้เร่งดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดต่อผู้กระทำผิดในกรณีนี้ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ซ้ำยังเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ) อย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งทางวินัย ทางอาญา และทางแพ่ง โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น
2. ขอให้มีการเยียวยาความเสียหายทั้งทางจิตใจ เศรษฐกิจ และสังคม ให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยคำนึงถึงความยุติธรรมและเป็นธรรมเป็นสำคัญ
และ 3. จังหวัดนราธิวาสต้องมีการออกมาตรการและกำหนดระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ในการป้องกันและป้องปรามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำความประมาทเลินเล่อจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนเกิดอาการมึนเมาครองสติไม่ได้ จนนำไปสู่การเกิดเหตุการณ์อันมิอาจประเมินความสูญเสียในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีกในอนาคต
ด้านนายอับดุลปาตะ ยูโซะ ผู้ประสานงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) พื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า ทางเครือข่ายฯ มีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งสร้างความสะเทือนขวัญและเศร้าสลดเป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ซึ่งมีสาเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยทางเครือข่ายฯ และครอบครัวผู้เสียหายเรามีความกังวลว่า การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะไม่ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมกับผู้เสียหาย เกรงว่าในระหว่างที่สังคมกำลังเกาะติดและให้ความสนใจ ก็จะมีการให้คำมั่นต่าง ๆ นา ๆ แต่เมื่อข่าวเริ่มเงียบ สังคมเริ่มที่จะแผ่วลง การดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมก็อาจจะไม่ได้เดินหน้าเท่าที่มันควรจะเป็น
จึงขอวิงวอนให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียหาย พร้อมทั้ง ขอให้ภาครัฐและผู้ก่อเหตุดูแลเรื่องการเยียวยาต่าง ๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งในมิติของสภาพจิตใจของผู้เสียหายและครอบครัว เพราะตัวสามีที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล ตอนนี้ก็ยังไม่ทราบข่าวการเสียชีวิตของภรรยาและลูก ซึ่งกรณีนี้ก็ค่อนข้างจะสลดใจ รวมถึงการเยียวยาในมิติเศรษฐกิจและสังคมด้วย
เพราะครอบครัวผู้เสียหายก็มีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากพอสมควร เพราะฉะนั้นการให้ความช่วยเหลือเยียวยาต่าง ๆ ทั้งการเยียวยาตามกฎหมายและระบบขั้นตอนของราชการ ตลอดจนการได้รับการเยียวยาจากตัวผู้ต้องหาในฐานะผู้กระทำความผิด ก็ควรที่จะมีเงินเยียวยามาดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย
"อีกกี่ชีวิต อีกกี่ครอบครัว อีกกี่เหตุการณ์ ที่จะได้รับผลกระทบจากสุรายาเมา ขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์สุดท้ายที่จะเกิดขึ้นกับชาวบ้านและสังคมไทย หวังว่าเคสเมาแล้วขับในพื้นที่ อ.ระแงะ ในครั้งนี้ จะนำไปสู่บทเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต และร่วมด้วยช่วยกันปลุกสังคมให้ตื่นรู้ถึงภัยเงียบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์" นายอับดุลปาตะ กล่าว