ด้านนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการมอบกรรมสิทธิ์ และไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567
โดยมีกิจกรรมดำเนินการ 3 กิจกรรม ประกอบด้วย 1) กิจกรรมไถ่ชีวิตโค-กระบือ เพื่อนำไปส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรตาม หลักเกณฑ์ของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ 2) กิจกรรมมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือแก่เกษตรกรที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ เป็นกรณีพิเศษ จำนวน 7,200 ราย และ 3) กิจกรรมบริการด้านสุขภาพสัตว์ของโครงการธนาคารโค -กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จำนวน 132,240 ตัว โดยมอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทุกจังหวัด ดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าว สำหรับในส่วนกลาง ได้กำหนดเป้าหมายไถ่ชีวิตโค-กระบือเพศเมียจำนวน 721 ตัว เป็นโคเพศเมีย จำนวน 500 ตัว กระบือเพศเมีย จำนวน 221 ตัว โดยจะนำโค-กระบือที่ไถ่ชีวิต ไปให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรภายใต้ระเบียบและหลักเกณฑ์ของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ในพื้นที่ต่างๆ ดังนี้
1.) จังหวัดพะเยา รับมอบโคเพศเมีย 200 ตัว
2.) จังหวัดหนองบัวลำภู รับมอบโคเพศเมีย 100 ตัว
3.) จังหวัดชัยนาท รับมอบโคเพศเมีย 100 ตัว
4.) จังหวัดมหาสารคาม รับมอบโคเพศเมีย 100 ตัว
5.) จังหวัดบุรีรัมย์ รับมอบกระบือเพศเมีย 121 ตัว
6.) จังหวัดสุพรรณบุรี รับมอบกระบือเพศเมีย 100 ตัว
สำหรับการจัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์ และไถ่ชีวิตโค-กระบือในครั้งนี้ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ถือเป็นการสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการธนาคารโค – กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ร่วมกันอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนโค กระบือของประเทศไทยให้มากขึ้น สำหรับเกษตรกรที่ได้รับมอบโค-กระบือ ยืมเลี้ยงเพื่อการผลิตตามโครงการฯ นั้น ถือว่าได้รับสิ่งอันเป็นมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว ก็จะมีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ มีรายได้เพิ่ม สามารถนำโค – กระบือไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรภายใต้หลักเกณฑ์ของโครงการธนาคารโค – กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริต่อไป