อีกทั้งคดีที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าไปช่วยเหลือนักธุรกิจหญิงชาวมาเลเชีย ที่ถูกขบวนการค้ายาเสพติดอุ้มหญิงนักธุรกิจจากมาเลเชียผ่านนราธิวาสไปจังหวัดหนองคายข้ามไปประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว ก็ปรากฎว่ามีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาสเข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการเช่นกัน
นายอัจฉริยะ อ้างว่ามีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่า ผบก.จ.นราธิวาส มีความสนิมสนมและเอื้อประโยชน์ใหเขบวนการค้ายาเสพติด โดยเฉพาะการออกใบรับรองหรือบัตรเบ่งให้กับแก๊งค้ายาเสพติดและอาวุธสงครามเพื่อจะได้ไม่ถูกตรวจสอบ และผ่านด่านเจ้าหน้าที่ได้ โดยมีแผนผังของขบวนการค้ายาเสพติด และอาวุธสงครามใช้บัตรดังกล่าวที่ถูกยึดได้เมื่อตอนถูกจับกุมเมื่อเดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา
ซึ่งผู้ต้องหาถูกดำเนินคดี 8 คดี เป็นอาวุธ 6 คดี และคดียาเสพติด 2 คดี และทำมาตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ซึ่งบัตรเบ่งดังกล่าวพบว่ามีผู้บังคับการคนดังกล่าวทำมาตั้งแต่สมัยเป็น รองผบก.จ.แล้ว
ยืนยันว่าบัตรดังกล่าวเป็นของจริง ไม่ใช่บัตรปลอมที่ถูกแอบอ้าง เพราะตอนจับกุมผู้ต้องหา ทางผู้บังคับการจังหวัดนราธิวาสก็เห็นบัตร ที่มีรายละเอียดทั้งเบอร์โทรศัพท์และรายละเอียด แต่กลับไม่สอบสวนในประเด็นนี้